ความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองในนักศึกษาหญิง มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จังหวัดนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
ความเชื่อด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง, นักศึกษาระดับปริญญาตรีบทคัดย่อ
การตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นการค้นหาความผิดปกติของเต้านมได้เร็ว แต่สัดส่วนของนักศึกษาหญิงที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองค่อนข้างน้อยมาก ขึ้นอยู่กับความเชื่อด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของนักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ปีการศึกษา 2558 จำนวน 409 ราย รวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนสิงหาคม ถึง พฤศจิกายน 2558 โดยใช้แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามความเชื่อด้านสุขภาพ และแบบสอบถามพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง มีค่าความสอดคล้องของการวัดซ้ำเท่ากับ .84 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้ค่าความแปรปรวนแบบทางเดียว (one-way ANOVA)
ผลการศึกษาพบว่า ตัวอย่างมีการตรวจเต้านมเพียงร้อยละ 31.5 ตรวจสม่ำเสมอทุกเดือนเพียงร้อยละ 4.2 ส่วนใหญ่ตรวจไม่เป็น/ไม่ทราบวิธีตรวจร้อยละ 59.17 ซึ่งใช้มือด้านตรงข้ามคลำเต้านม นักศึกษาส่วนใหญ่มีการรับรู้ต่อโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและรับรู้อุปสรรคในการตรวจเต้านมด้วยตนเองอยู่ในระดับปานกลาง การรับรู้ความรุนแรงของโรคมะเร็งเต้านมและการรับรู้ประโยชน์ของการตรวจเต้านมด้วยตนเองอยู่ในระดับสูง การรับรู้ความรุนแรงของมะเร็งเต้านมและการรับรู้อุปสรรคในการตรวจเต้านมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) และผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มีการตรวจเต้านมด้วยตนเองน้อย จึงควรมีการส่งเสริมเกี่ยวกับตรวจเต้านมด้วยตนเองในกลุ่มนักศึกษาต่อไปในอนาคต
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผลงานที่ได้ตีพิมพ์แล้วจะเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลตำรวจ











