ผลของโปรแกรมโค้ชด้านสุขภาพต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง และผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
คำสำคัญ:
การโค้ชด้านสุขภาพ, ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง, ผลลัพธ์ทางคลินิกบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมโค้ชด้านสุขภาพต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง และผลลัพธ์ทางคลินิก กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงที่มารับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี จำนวน 80 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลอง 39 คน และกลุ่มควบคุม 41 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมโค้ชด้านสุขภาพเพื่อการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง สมุดคู่มือการบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพในการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง มีค่าความเชื่อมั่น .92 และแบบประเมินพฤติกรรมการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง มีค่าความเชื่อมั่น .72 ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Chi-square test, Fisher’s exact test, paired t-test และ independent t-test
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพในการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 4.098, p < .001 และ t = 5.918, p < .001 ตามลำดับ) มีค่าเฉลี่ยระดับคอเลสเตอรอลรวม ค่าเฉลี่ยระดับแอล ดี แอล คอเลสเตอรอล และค่าเฉลี่ยระดับไตรกลีเซอไรด์ ต่ำกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 2.019, p < .05; t = 1.984, p < .05 และ t = 2.155, p < .05 ตามลำดับ) แต่มีค่าเฉลี่ยระดับเอช ดี แอล คอเลสเตอรอล ไม่แตกต่างจากก่อนการทดลอง และ 2) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพในการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 4.912, p < .001 และ t = 4.338, p < .001 ตามลำดับ) มีค่าเฉลี่ยระดับคอเลสเตอรอลรวม และค่าเฉลี่ยระดับไตรกลีเซอไรด์ ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 3.262, p < .01 และ t = 2.965, p < .01 ตามลำดับ) แต่มีค่าเฉลี่ยระดับเอช ดี แอล คอเลสเตอรอล และค่าเฉลี่ยระดับแอล ดี แอล คอเลสเตอรอล ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า บุคลากรสุขภาพระดับปฐมภูมิควรนำโปรแกรมโค้ชด้านสุขภาพนี้ไปใช้ในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด และควรมีการกำกับติดตามให้มีการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอและเพียงพอที่จะทำให้ระดับเอช ดี แอล คอเลสเตอรอล เพิ่มขึ้น และระดับแอล ดี แอล คอเลสเตอรอล ลดลง
เอกสารอ้างอิง
จิราภรณ์ อริยสิทธิ์. (2564). ความรอบรู้ด้านสุขภาพกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2. สวรรค์ประชารักษ์เวชสาร, 18(2), 142–155.
นสหชม เอโหย่, วิภาพร สิทธิสาตร์, และสุรีรัตน์ ณ วิเชียร. (2565). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ตามแนวคิด สบช โมเดล ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ตำบลสมอแข อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี, 5(2), 129–139.
มิตรธิรา แจ่มใส, วิภาพร สิทธิสาตร์, และธิติรัตน์ ราศิริ. (2567). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก. ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์, 14(1), 20–36.
วนิดา พลเดช. (2560). ต้นแบบการโค้ชวิถีไทย: ประยุกต์พุทธปรัชญาสู่การโค้ชบนพื้นฐานสติ. วารสารสุทธิปริทัศน์, 31(97), 125–136.
วริษา กันบัวลา, ณชนก เอียดสุย, และอาภรณ์ ดีนาน. (2564). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและระดับไขมันในเลือดของผู้ที่มีไขมันในเลือดผิดปกติ. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 29(3), 1–14.
วิชัย เอกพลากร, หทัยชนก พรรคเจริญ, และวราภรณ์ เสถียรนพเก้า. (2564). การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562–2563. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
ศรีรัตน์ อินถา, และอนุลักษณ์ ใจวงศ์. (2565). ผลของโปรแกรมการปรึกษาการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและประสิทธิภาพการทํางานของไตของผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน. วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข, 2(1), 1–14.
ศุภรดา จันทร์ถมยา, และศุภัช จันทร์ถมยา. (2568). ประสิทธิผลการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคเบาหวานรายใหม่ด้วยการโค้ชด้านสุขภาพ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(2), 741–749.
Buzdagli, Y., Tekin, A., Eyipinar, C. D., Öget, F., & Siktar, E. (2022). The effect of different types of exercise on blood lipid profiles: A meta-analysis of randomized controlled studies. Science & Sports, 37(8), 675–687. doi:10.1016/j.scispo.2022.07.005
Costache, I. I., Dmour, B. A., Costache, A. D., & Botnariu, G. (2022). Dyslipidemia and cancer - more than a simple association. Annals of Endocrinology, Diabetes and Metabolism, 1(1), 1001. Retrieved from https://meddocsonline.org/annals-of-endocrinology-diabetes-and-metabolism/dyslipidemia-and-cancer-more-than-a-simple-association.pdf
Grant, A. M. (2014). The efficacy of executive coaching in times of organisational change. Journal of Change Management, 14(2), 258–280. doi:10.1080/14697017.2013.805159
Hernáez, Á., Sanllorente, A., Castañer, O., Martínez-González, M. Á., Ros, E., Pintó, X., … Fitó, M. (2019). Increased consumption of virgin olive oil, nuts, legumes, whole grains, and fish promotes HDL functions in humans. Molecular Nutrition & Food Research, 63(6), e1800847. doi:10.1002/mnfr.201800847
İlgün, G., Turaç, İ. S., & Orak, S. (2015). Health literacy. Procedia - Social and Behavioral Sciences, 174, 2629–2633. doi:10.1016/j.sbspro.2015.01.944
Liddy, C., Johnston, S., Nash, K., Ward, N., & Irving, H. (2014). Health coaching in primary care: A feasibility model for diabetes care. BMC Family Practice, 15(1), 60. doi:10.1186/1471-2296-15-60
Lin, C. L., Huang, L. C., Chang, Y. T., Chen, R. Y., & Yang, S. H. (2021). Effectiveness of health coaching in diabetes control and lifestyle improvement: A randomized-controlled trial. Nutrients, 13(11), 3878. doi:10.3390/nu13113878
Lin, S., Xiao, L. D., Chamberlain, D., Ullah, S., Wang, Y., Shen, Y., … Wu, M. (2022). Nurse-led health coaching programme to improve hospital-to-home transitional care for stroke survivors: A randomised controlled trial. Patient Education and Counseling, 105(4), 917–925. doi:10.1016/j.pec.2021.07.020
Luo, Q., Jin, P., Li, H., Cui, K., & Jiang, T. (2021). Effects of integrated health education combined with life intervention on patients with coronary atherosclerotic heart disease complicated with hyperlipidemia. American Journal of Health Behavior, 45(5), 843–848. doi:10.5993/AJHB.45.5.4
Nouh, F., Omar, M., & Younis, M. (2019). Risk factors and management of hyperlipidemia (Review). Asian Journal of Cardiology Research, 2(1), 1–10. doi:10.9734/AJCR/2019/45449
Olsen, J. M. (2014). Health coaching: A concept analysis. Nursing Forum, 49(1), 18–29. doi:10.1111/nuf.12042
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน