ความยึดมั่นผูกพันในงาน การเพิ่มคุณค่าระหว่างงานและครอบครัว และพฤติกรรมการทำงานอย่างมีนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง: บทบาทการเป็นตัวแปรสื่อของทุนทางจิตวิทยา
คำสำคัญ:
ความยึดมั่นผูกพันในงาน, การเพิ่มคุณค่าระหว่างงานและครอบครัว, ทุนทางจิตวิทยา, พฤติกรรมการทำงานอย่างมีนวัตกรรม, พยาบาลวิชาชีพบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมต่อพฤติกรรมการทำงานอย่างมีนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพ โดยมีทุนทางจิตวิทยาเป็นตัวแปรสื่อ กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง จำนวน 246 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามลักษณะส่วนบุคคล แบบสอบถามความยึดมั่นผูกพันในงาน มีค่าความเชื่อมั่น .94 แบบสอบถามการเพิ่มคุณค่าระหว่างงานและครอบครัว มีค่าความเชื่อมั่น .94 แบบสอบถามทุนทางจิตวิทยา มีค่าความเชื่อมั่น .94 และแบบสอบถามพฤติกรรมการทำงานอย่างมีนวัตกรรม มีค่าความเชื่อมั่น .95 เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน 2566 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ส่วนการวิเคราะห์อิทธิพลทางตรงและทางอ้อมใช้วิธี bootstrapping
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความยึดมั่นผูกพันในงานมีอิทธิพลทางตรงต่อพฤติกรรมการทำงานอย่างมีนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (c' = .094, p < .05) และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการทำงานอย่างมีนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพ โดยมีทุนทางจิตวิทยาเป็นตัวแปรสื่อบางส่วน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (a*b = .446, p < .05) และ 2) การเพิ่มคุณค่าระหว่างงานและครอบครัวไม่มีอิทธิพลทางตรงต่อพฤติกรรมการทำงานอย่างมีนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพ แต่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการทำงานอย่างมีนวัตกรรมของพยาบาลวิชาชีพ โดยมีทุนทางจิตวิทยาเป็นตัวแปรสื่อสมบูรณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (a*b = .349, p < .05)
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า ผู้บริหารทางการพยาบาลควรส่งเสริมให้พยาบาลวิชาชีพมีความยึดมั่นผูกพันในงานและการเพิ่มคุณค่าระหว่างงานและครอบครัวมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาทุนทางจิตวิทยา เพื่อให้พยาบาลวิชาชีพเกิดพฤติกรรมการทำงานอย่างมีนวัตกรรม
เอกสารอ้างอิง
กองวิชาการแพทย์ กรมการแพทย์. (2564). คู่มือการบริหารความเสี่ยงในโรงพยาบาลเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำทางเดินหายใจ พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.
จงกลณี ตุ้ยเจริญ, ณิชกานต์ วงษ์ประกอบ, กฤตกร หมั่นสระเกษ, และธิดารัตน์ นิ่มกระโทก. (2563). การรับมือกับไวรัสโคโรนา COVID-19 ในงานสาธารณสุขมูลฐาน. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 4(3), 1–20.
จุฑารัตน์ บันดาลสิน. (2557). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สู่นวัตกรรมการบริการพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก, 15(3), 9–17.
ยศวดี สิทธิเดช, และชูชัย สมิทธิไกร. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างแนวโน้มเอียงทางบวกและความไว้วางใจในองค์การกับความผาสุกและพฤติกรรมสร้างสรรค์นวัตกรรม: บทบาทการเป็นตัวแปรสื่อของความผูกพันต่องาน. ใน เอกสารการประชุมนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 12 ปีการศึกษา 2560 (น. 987–997). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยรังสิต. สืบค้นจาก https://rsujournals.rsu.ac.th/index.php/rgrc/article/download/1117/871/
ศิชล สุกสี, เพชรสุนีย์ ทั้งเจริญกุล, และกุลวดี อภิชาตบุตร. (2563). การเพิ่มคุณค่าระหว่างงานกับครอบครัวและความตั้งใจคงอยู่ในงานของพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน. พยาบาลสาร, 47(4), 336–346.
ศูนย์ประสานความร่วมมือของพยาบาลในภาวะการณ์การติดเชื้อ COVID-19 กองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2564). รายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของพยาบาลในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. สืบค้นจาก https://www.don.go.th/?download=4673
สมพร สังข์แก้ว, ธีรนุช ห้านิรัติศัย, และบุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. (2563). สมรรถนะพยาบาลวิชาชีพด้านการพยาบาลผู้ป่วยโรคติดต่ออุบัติใหม่. วารสารสภาการพยาบาล, 35(3), 69–86.
สุทธีพร มูลศาสตร์. (2563). บทบาทของพยาบาลเวชปฏิบัติในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 34(1), 141–156.
สุรเดช จองวรรณศิริ. (2562). การจัดการสู่องค์กรนวัตกรรม (innovative organization book of knowledge). สืบค้นจาก https://ifi.nia.or.th/wp-content/uploads/2020/09/Innovative-Organization-BOK_digital_08-2020.pdf
อภิญญา หิรัญวงษ์. (2562). เอกสารประกอบการสอน รายวิชา 01475511 (สถิติประยุกต์ทางจิตวิทยา). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
Ali, H., Li, M., & Qiu, X. (2022). Employee engagement and innovative work behavior among Chinese millennials: Mediating and moderating role of work-life balance and psychological empowerment. Frontiers in Psychology, 13, 942580. doi:10.3389/fpsyg.2022.942580
Bakker, A. B., & Leiter, M. P. (Eds.). (2010). Work engagement: A handbook of essential theory and research. London: Psychology Press.
Carlson, D. S., Kacmar, K. M., Wayne, J. H., & Grzywacz, J. G. (2006). Measuring the positive side of the work-family interface: Development and validation of a work-family enrichment scale. Journal of Vocational Behavior, 68(1), 131–164. doi:10.1016/j.jvb.2005.02.002
Choi, S. B., Cundiff, N., Kim, K., & Akhatib, S. N. (2018). The effect of work-family conflict and job insecurity on innovative behaviour of Korean workers: The mediating role of organisational commitment and job satisfaction. International Journal of Innovation Management, 22(1), 1–29. doi:10.1142/S1363919618500032
Fath, N. M. D. E., & Radikun, T. B. S. (2019). Authentic leaders may increase employee innovation: The mediation effect of psychological capital. Advances in Social Science, Education and Humanities Research, 229, 940–953. doi:10.2991/iciap-18.2019.77
Fredrickson, B. L. (2004). The broaden-and-build theory of positive emotions. Philosophical Transactions of the Royal Society of London. Series B, Biological Sciences, 359(1449), 1367–1378. doi:10.1098/rstb.2004.1512
Gallup. (2017). State of the global workplace: Executive summary. New York: Gallup Press.
Gareis, K. C., Barnett, R. C., Ertel, K. A., & Berkman, L. F. (2009). Work-family enrichment and conflict: Additive effects, buffering, or balance? Journal of Marriage and Family, 71(3), 696–707. doi:10.1111/j.1741-3737.2009.00627.x
Hair Jr., J. F., Hult, G. T. M., Ringle, C. M., Sarstedt, M., Danks, N. P., & Ray, S. (2021). Partial least squares structural equation modeling (PLS-SEM) using R: A workbook. Cham, Switzerland: Springer.
Halbesleben, J. R. B., Neveu, J.-P., Paustian-Underdahl, S. C., & Westman, M. (2014). Getting to the “COR”: Understanding the role of resources in Conservation of Resources Theory. Journal of Management, 40(5), 1334–1364. doi:10.1177/0149206314527130
Jong, J. D., & Hartog, D. D. (2008). Innovative work behaviour: Measurement and validation. Zoetermeer, Netherlands: The Scientific Analysis of Entrepreneurship and SMEs.
Jong, J. D., & Hartog, D. D. (2010). Measuring innovative work behaviour. Creativity and Innovation Management, 19(1), 23–36. doi:10.1111/j.1467-8691.2010.00547.x
Luthans, F. (2002). The need for and meaning of positive organizational behavior. Journal of Organizational Behavior, 23, 695–706. doi:10.1002/job.165
Luthans, F., Youssef, C. M., & Avolio, B. J. (2007). Psychological capital: Developing the human competitive edge. New York: Oxford University Press.
Mishra, P., Bhatnagar, J., Gupta, R., & Wadsworth, S. M. (2017). How work-family enrichment influence innovative work behavior: Role of psychological capital and supervisory support. Journal of Management & Organization, 25(1), 58–80. doi:10.1017/jmo.2017.23
Schaufeli, W., & Bakker, A. (2004). Utrecht Work Engagement Scale (UWES) preliminary manual. Utrecht University Press.
Sweetman, D., & Luthans, F. (2010). The power of positive psychology: Psychological capital and work engagement. In A. B. Bakker & M. P. Leiter (Eds.), Work engagement: A handbook of essential theory and research (pp. 54–68). London: Psychology Press.
Tan, K. L., Lew, T. Y., & Sim, A. K. S. (2021). Effect of work engagement on meaningful work and psychological capital: Perspectives from social workers in New Zealand. Employee Relations: The International Journal, 43(3), 807–826. doi:10.1108/ER-11-2019-0433
Yang, K., Zhou, L., Wang, Z., Lin, C., & Luo, Z. (2019). Humble leadership and innovative behaviour among Chinese nurses: The mediating role of work engagement. Journal of Nursing Management, 27(8), 1801–1808. doi:10.1111/jonm.12879
Yasir, M., & Majid, A. (2019). Boundary integration and innovative work behavior among nursing staff. European Journal of Innovation Management, 22(1), 2–22. doi:10.1108/EJIM-02-2018-0035
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน