ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์แรกต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19
คำสำคัญ:
โปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ, หญิงตั้งครรภ์แรก, พฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์แรกต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์แรกที่มารับบริการฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี จำนวน 60 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพ มีค่าความเชื่อมั่น .96 และแบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 มีค่าความเชื่อมั่น .71 ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนตุลาคม 2565 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ paired t-test และ independent t-test
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพสูงกว่าก่อนการทดลองและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 3.260, p < .01 และ t = 2.190, p < .05 ตามลำดับ) 2) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 สูงกว่าก่อนการทดลองและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 3.400, p < .05 และ t = 2.340, p < .05 ตามลำดับ) และ 3) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีการได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มากกว่ากลุ่มควบคุม
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลแผนกฝากครรภ์ควรนำโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพนี้ไปใช้ในการสอนสุขศึกษาแก่หญิงตั้งครรภ์แรก เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์แรกมีพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ที่เหมาะสม และมีอัตราการได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2564). หญิงตั้งครรภ์ อัตราตายจากโควิดสูง 2.5 เท่า แต่ยังฉีดวัคซีนน้อย. สืบค้นจาก https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=31041
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2563). คู่มือการปฏิบัติตัวสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หลังคลอด และเด็กเล็ก ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19. สืบค้นจาก https://multimedia.anamai.moph.go.th/ebooks/guide_pregnant-women-covid-19-1
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2564). รายละเอียดตัวชี้วัดกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. สืบค้นจาก http://dmsic.moph.go.th/index/detail/8813
ดวงหทัย เกตุทอง. (ม.ป.ป.). การใช้โปรแกรมเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่หญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการที่คลินิกพัฒนารูปแบบและนวัตกรรมบริการสุขภาพสตรี สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง. สืบค้นจาก https://mwi.anamai.moph.go.th/th/news-anamai/download/?did=206849&id=80052&reload=
นงเยาว์ สุวานิช. (2565). ประสิทธิผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับหญิงตั้งครรภ์ต่อน้ำหนักทารกแรกเกิด. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 37(1), 41–51.
นิพิฐพนธ์ สนิทเหลือ, วัชรีพร สาตร์เพ็ชร์, และญาดา นภาอารักษ์. (2562). การคำนวณขนาดตัวอย่างด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป G*POWER. วารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 5(1), 496–507.
บงกช โมระสกุล, และพรศิริ พันธสี. (2564). ความรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา และวิทยาลัยเซนต์หลุยส์. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 15(37), 179–195.
ปวีนุช บุตรเจียมใจ. (2564). Pregnancy with COVID-19: When things turn critical. ใน ดุสิต สถาวร, ครรชิต ปิยะเวชวิรัตน์, สัณฐิติ โมรากุล, และภูษิต เฟื่องฟู (บ.ก.), The long march through COVID (น. 507–515). นนทบุรี: บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพร์ส.
พีรวัฒน์ ตระกูลทวีสุข. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้ารับวัคซีนโควิด-19 และข้อกังวลในบุคลากรทางการแพทย์. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 3(1), 47–57.
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย. (2564). ประกาศราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ที่ 06/2564 เรื่อง การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในสตรีตั้งครรภ์หรือสตรีให้นมบุตร. สืบค้นจาก https://www.thaiperinatal.com/album/news/large/27052021143601-S__177143816.jpg
วรรณศิริ นิลเนตร, และวาสนา เรืองจุติโพธิ์พาน. (2562). ความรอบรู้ด้านสุขภาพกับวิชาชีพพยาบาล. วารสารคุณภาพชีวิตกับกฎหมาย, 15(2), 1–18.
วิลาสินี บุตรศรี, และอัญสุรีย์ ศิริโสภณ. (2563). ปัจจัยทํานายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพในหญิงตั้งครรภ์ที่รับบริการฝากครรภ์ในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดนครสวรรค์. วารสารสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 5(1), 60–70.
ศิริวรรณ สงจันทร์, วิไลลักษณ์ ปิยะวัฒนพงษ์, ประภาศรี ทุมสิงห์, สุรางรัตน์ โฆษิตธนสาร, และพีรญา มายูร. (2562). ผลของการใช้แอปพลิเคชั่นบนมือถือเพื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการเจาะน้ำคร่ำเพื่อวินิจฉัยก่อนคลอด ณ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น, 11(2), 39–52.
สมาคมเวชศาสตร์ปริกำเนิดแห่งประเทศไทย. (2564). สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด 6 สัปดาห์ และทารกแรกเกิด ระหว่าง 1 ธันวาคม 2563–25 มิถุนายน 2564. สืบค้นจาก https://www.thaiperinatal.com/news/5-38-25062564-
สุปิยา วิริไฟ, และพิมลดา ลัดดางาม. (2564). Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) และการตั้งครรภ์: ความท้าทายของพยาบาลผดุงครรภ์. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 22(43), 89–102.
อังศินันท์ อินทรกำแหง. (2560). รายงานฉบับสมบูรณ์ เรื่อง การสร้างและพัฒนาเครื่องมือความรอบรู้ด้านสุขภาพของคนไทย. สืบค้นจาก http://bsris.swu.ac.th/upload/268335.pdf
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078. doi:10.1016/j.socscimed.2008.09.050
World Health Organization Thailand. (2021). สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ในประเทศไทย 29 ธันวาคม 2564. สืบค้นจาก https://cdn.who.int/media/docs/default-source/searo/thailand/2021_12_30_tha-sitrep-216-covid-19_th.pdf?sfvrsn=710ef2f1_5
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน