ประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพโดยประยุกต์ทฤษฎีการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
คำสำคัญ:
โปรแกรมป้องกันโรคเบาหวาน, โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์, ผลการวินิจฉัยโรคเบาหวานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพโดยประยุกต์ทฤษฎีการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่มารับบริการที่แผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลบำเหน็จณรงค์ และโรงพยาบาลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ รวมจำนวน 40 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 20 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพโดยประยุกต์ทฤษฎีการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการรับรู้ประโยชน์ของการสร้างเสริมสุขภาพ มีค่าความเชื่อมั่น .86 แบบสอบถามการรับรู้อุปสรรคของการสร้างเสริมสุขภาพ มีค่าความเชื่อมั่น .84 แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อการสร้างเสริมสุขภาพ มีค่าความเชื่อมั่น .85 แบบสอบถามพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ มีค่าความเชื่อมั่น .76 และแบบบันทึกผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและผลการวินิจฉัยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2563 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน paired t-test และ independent t-test
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ประโยชน์ของการสร้างเสริมสุขภาพ คะแนนเฉลี่ยการรับรู้อุปสรรคของการสร้างเสริมสุขภาพ คะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อการสร้างเสริมสุขภาพ และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 6.630, p < .001; t = 6.560, p < .001; t = 2.590, p < .05 และ t = 4.500, p < .001 ตามลำดับ) และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 81.000, p < .001; t = 76.360, p < .001; t = 65.070, p < .001 และ t = 48.700, p < .001 ตามลำดับ) 2) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ย FBS ค่าเฉลี่ย 100 gm 1 h OGTT ค่าเฉลี่ย 100 gm 2 h OGTT และค่าเฉลี่ย 100 gm 3 h OGTT ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม และ 3) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์น้อยกว่ากลุ่มควบคุม
จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า บุคลากรสุขภาพควรนำโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพโดยประยุกต์ทฤษฎีการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์นี้ ไปใช้ในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์แก่หญิงตั้งครรภ์ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ ฉันธนะมงคล. (2559). การพยาบาลสตรีที่มีโรคร่วมกับการตั้งครรภ์. ปทุมธานี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต.
กรฐณธัช ปัญญาใส, พิชามญชุ์ ภูเจริญ, และณิชกมล เปียอยู่. (2560). การประเมินผลการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 28(1), 51–62.
กฤษณี สุวรรณรัตน์, ตติรัตน์ เตชะศักดิ์ศรี, และสุพิศ ศิริอรุณรัตน์. (2562). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการภาวะเบาหวานด้วยตนเอง และระดับน้ำตาลในเลือดของหญิงที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 30(2), 1–13.
จันทรา สุวรรณอยู่ศิริ, และรักชนก จันทร์เพ็ญ. (2562). ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน ในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี. วารสารหัวหินสุขใจไกลกังวล, 4(1), e0049.
ดวงพร วัฒนเรืองโกวิท, และอมรรัตน์ สุนทรพุทธศาสน์. (2563). การพัฒนาโปรแกรมให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลยโสธร. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 38(1), 78–86.
ธัญลักษณ์ ตั้งธรรมพิทักษ์. (2562). ประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับผู้ป่วยเบาหวานในชุมชนบ้านหนองนาสร้าง จังหวัดร้อยเอ็ด. ศรีนครินทร์เวชสาร, 34(3), 243–248.
ประภัทร วานิชพงษ์พันธุ์. (2560). บทบาทพยาบาลในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์. กรุงเทพฯ: พี.เอ.ลีฟวิ่ง.
มณีภรณ์ โสมานุสรณ์, ดวงหทัย ศรีสุจริต, ปราชญาวตี ยมานันตกุล, ปราณี แสดคง, และวัจมัย สุขวนวัฒน์. (2551). การพยาบาลหญิงตั้งครรภ์: ที่มีภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์. นนทบุรี: ยุทธรินทร์การพิมพ์.
โรงพยาบาลบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ. (2561). รายงานสถิติประจำปี 2561. ชัยภูมิ: ผู้แต่ง.
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย. (2559). อัตราการคลอดมีชีพในมารดาหลังคลอด พ.ศ. 2559. สืบค้นจาก http://rh.anamai.moph.go.th/ewt_dl_link.php?nid=152
อุ่นใจ กออนันตกุล. (บ.ก.). (2551). การตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง (พิมพ์ครั้งที่ 2). สงขลา: ชานเมืองการพิมพ์.
International Diabetes Federation. (2017). Care & prevention: Gestational diabetes. Retrieved from https://www.idf.org/our-activities/care-prevention/gdm
Pender, N. J. (1987). Health promotion in nursing practice (2nd ed.). New York: Appleton & Lange.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อความ ข้อมูล และรายการอ้างอิงที่ผู้เขียนใช้ในการเขียนบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ
บทความที่ได้รับการลงตีพิมพ์ในวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หากหน่วยงานหรือบุคคลใดต้องการนำส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบทความไปเผยแพร่ต่อเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารก่อน