ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้สูงอายุในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จำนวน 288 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความถี่ ร้อยละ สถิติไคสแควร์ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สเปียร์แมน และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุแบบลอจิสติก เมื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม กับพฤติกรรมป้องกันการหกล้มภายใต้กรอบแนวคิด PRECEDE- PROCEED พบว่าปัจจัยนำในส่วนของความรอบรู้ด้านสุขภาพการป้องกันการหกล้มโดยรวม มีความสัมพันธ์ในทางบวกกับพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (rs= 0.378, p-value < 0.001) เมื่อควบคุมปัจจัยอื่นๆให้คง ที่การเปลี่ยนแปลงคะแนนความรอบรู้ ด้านสุขภาพในการป้องกันการหกล้ม 1 หน่วย จะทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมป้องกันการหกล้มระดับสูงเพิ่มขึ้น 1.11 เท่า (95%CI = 1.08-1.15) และพบว่าปัจจัยเอื้อ (นโยบายการป้องกันการหกล้มและการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ) มีความสัมพันธ์ในทางบวกกับพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (rs= 0.184, p-value < 0.05) เมื่อควบคุมปัจจัยอื่นๆให้คงที่ การเปลี่ยนแปลงคะแนนปัจจัยเอื้อ 1 หน่วย จะทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมป้องกันการหกล้มระดับสูงเพิ่มขึ้น 1.51 เท่า (95%CI = 1.02-2.24)
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานการพยากรณ์การพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ในประเทศไทยปี พ.ศ. 2560 -2564. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2559.
ปริศนา รถสีดา. การป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน: บทบาทพยาบาลกับการดูแลสุขภาพที่บ้าน. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย 2561;11:15-25.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานประจำปี 2562. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2562.
ผกาวลี พุ่มสุทัศน์, ภัทราภรณ์ สมิทธิ์ธีรกุล, ศิริพร ฤทธิยา, และมยุรี บริบูรณ์. ความสามารถในการทรงตัวของผู้สูงอายุศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ 2559;3:37-44.
เขมภัค เจริญสุขศิริ และสิริพิชญ์ เจริญสุขศิริ. ความมั่นใจในการทรงตัวของผู้สูงอายุไทยในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2562;28:14-21.
Green L. & Krueter M. Health promotion planning an education approach. Toronto: Mayfield Publishing Company; 1999.
ภัทร์ธนิตา ศรีแสง. ความรอบรู้ทางสุขภาพในการดูแลตนเองให้มีสุขภาพดีของผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร : การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแบบวัด. วารสารพยาบาลทหารบก 2562;20:340-50.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. การดำเนินงานด้านผู้สูงอายุของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: กรมกิจการผู้สูงอายุ; 2563.
Daniel, WW. Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences. New York: Wiley & Sons; 1995.
Sorensen K, Van den Broucke S, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, et al. Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health 2012;1:1-13.
กรมอนามัย. การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ.นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2560.
Polit DF, & Beck CT. Nursing research: Principles and methods. 7th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2004.
กัลยา วานิชย์บัญชา. การใช้ SPSS for Windows ในการวิเคราะห์ข้อมูล. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทยฯ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ตีพิมพ์และแผนภูมิรูปภาพถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลสาธารณสุข (Thai Public Health Nurses Association)
