ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ จังหวัดปทุมธานี
คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน, แรงจูงใจในการดำเนินงาน, แรงสนับสนุนทางสังคม, โรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานีบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโรงเรียนผู้สูงอายุ จังหวัดปทุมธานีกลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ศึกษาในโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี จำนวนกลุ่มตัวอย่างใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ และป้องกันการคลาดเคลื่อนจึงเพิ่มอีกร้อยละ 15 เป็นจำนวน 418 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมีค่า IOC เท่ากับ 0.931 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติ ไคสแควร์ สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และ ค่าสหสัมพันธ์พหุคูณและการถดถอยเชิงพหุแบบขั้นตอน ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า ทัศนคติต่อการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ แรงจูงใจในการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ แรงสนับสนุนทางสังคม และการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ตัวแปรในกลุ่มปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ และรายได้เฉลี่ย มีความสัมพันธ์ต่อการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ จังหวัดปทุมธานี ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ คือ แรงสนับสนุนทางสังคมเท่านั้นที่สามารถคาดทำนายการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ จังหวัดปทุมธานี ได้ร้อยละ 62.4
จากผลการวิจัยที่พบว่าแรงสนับสนุนทางสังคมมีอิทธิพลต่อการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ หน่วยงานด้านสุขภาพระดับอำเภอและตำบลควรนำประเด็นดังกล่าวไปบรรจุในแผนงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยส่งเสริมกิจกรรมที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุข ทั้งนี้ควรใช้ข้อมูลวิจัยเป็นฐานในการจัดสรรทรัพยากรและออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุเกิดประสิทธิผลและตอบสนองความต้องการที่แท้จริง
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง. (2568). ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร. https://www.dopa.go.th/news/cate1/view10417
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2568). สถิติผู้สูงอายุ กันยายน 2568. https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=1&id=2578
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2567). “ธเนศพล” นำทีม ลุย จ.ปทุมธานี ติดตามงาน พม. เร่งพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ - คนไร้ที่พึ่ง – คนพิการ. https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/81341
กระทรวงสาธารณสุข. (2566). แนวทางการพัฒนาองค์กรสมรรถนะสูง. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวง. https://shorturl.asia/9w8yo
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). จำนวนประชากรผู้สูงอายุในจังหวัดปทุมธานี ปี พ.ศ. 2567. สืบค้นเมื่อ 14 มิถุนายน 2567 จาก https://shorturl.asia/0t3SH
จิรานันท์ วงศ์สุวรรณ, และคณะ. (2563). การสนับสนุนทางสังคมและพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่. วารสารพยาบาลสาร, 47(3), 267–276.
ชัยสิทธิ์ ทันศึก. (2567). ผลของโปรแกรมสนับสนุนทางสังคมผ่านแอปพลิเคชันไลน์ต่อความเครียดของผู้สูงอายุในสถานการณ์โควิด-19. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 25(49), 34–43. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nursingsiamjournal/article/view/272084/185117
ชลธิชา ไพจิตต์. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุพรรณบุรี, 24(2), 85–94.
ณิชารีย์ นิยมสินธุ์ ฉัฐวีณ์ สิทธิ์ศิรอรรถ ดุจเดือน พันธุมนาวิน และภิญญาพันธ์ เพียซ้าย. (2565). แรงจูงใจ ความรู้พัฒนาการผู้สูงอายุ และการสนับสนุนทางสังคมที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุของผู้ใหญ่วัยทำงาน. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 14(28), 73–99.
ไทยพีบีเอส. (2567). Aging society ไทยเข้าสู่สังคม “แก่เต็มขั้น” สวนทางเด็กเกิดน้อย. https://www.thaipbs.or.th/news/content/335743
ไทยพีบีเอส. (2568). ความท้าทายสังคมสูงอายุ “จน-โดดเดี่ยว-เข้าไม่ถึงสวัสดิการ”. https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-119
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2551). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 10). จามจุรี โปรดักท์.
รัชดา คำสว่าง, ภัทรพรรณ ทรัพย์ตันติมงคล, และ พัชรินทร์ พินลา. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ชมรมผู้สูงอายุในเขตจังหวัดภาคกลาง. วารสารวิชาการคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 22(42), 6–18.
วิทมา ธรรมเจริญ, และ นิทัศนีย์ เจริญงาม. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุตอนต้นและตอนปลายในตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 15(1), 137–148.
วิลาวัณย์ ศรีโพธิ์, และ กัญนิกา อยู่สำราญ. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตัวการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์, 3(1), 114–115.
เสาวลักษณ์ วิบูรณ์กาล, ปิยากร หวังมหาพร. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุในจังหวัดเพชรบุรี. วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์. 23(2), 171-185.
สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย. (2568). สถิติผู้สูงอายุ 2568. https://ppat.or.th/ppat_media/สถิติผู้สูงอายุ-2568/
สุปรียา บุญคง. (2564). ปัจจัยการจูงใจในการดูแลรักษาสุขภาพที่มีผลต่อการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุในอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี (การค้นคว้าอิสระปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา.
Chen, H.-H., & Hsieh, P.-L. (2021). Applying the Pender’s health promotion model to identify the factors related to older adults’ participation in community-based health promotion activities. International Journal of Environmental Research and Public Health, 18(19), 9985. https://doi.org/10.3390/ijerph18199985
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation’s place in rural development: Seeking clarity through specificity. World Development, 8(3), 213–235.
Daniel, W. W. (2010). Determination of sample size for estimating proportions. In W. W. Daniel (Ed.), Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences (10th ed.). John Wiley & Sons.
Likert, R. (1967). The method of constructing an attitude scale. In M. Fishbein (Ed.), Readings in attitude theory and measurement. Wiley.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลที่เผยแพร่ในวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความโดยตรง
บทความ เนื้อหา ข้อมูล รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามทุกครั้ง