การพัฒนารูปแบบการติดตามเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังจำหน่ายผู้ป่วย ในโรงพยาบาลจังหาร
คำสำคัญ:
การวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย, การติดเชื้อ, การติดตามผู้ป่วยทางไกล, การดูแลต่อเนื่องบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัญหาและความต้องการ พัฒนาและทดลองใช้รูปแบบการติดตามเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังจำหน่ายผู้ป่วยในโรงพยาบาลจังหาร และประเมินผลด้านการติดเชื้อหลังจำหน่ายและความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยและพัฒนาร่วมกับการวิจัยแบบผสมผสานวิธี
วัสดุและวิธีการวิจัย: ดำเนินการ 4 ระยะ ได้แก่ ศึกษาสถานการณ์ พัฒนารูปแบบ ทดลองใช้ และประเมินผล คัดเลือกแบบเจาะจง บุคลากรสุขภาพ 15 คน ผู้ป่วย 43 คน และผู้ดูแลหลัก 43 คน ใช้แนวคำถามสัมภาษณ์และสนทนากลุ่ม แบบประเมินความเสี่ยง แบบบันทึกติดตาม และแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.89 ติดตามผู้ป่วย 30 วัน เปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนพัฒนาจากเวชระเบียนย้อนหลัง วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย: ระบบเดิมขาดการคัดกรองและติดตามที่เป็นมาตรฐาน ขาดการฝึกทักษะผู้ดูแลและส่งต่อข้อมูลล่าช้า โดยผู้ดูแลต้องการฝึกทักษะและมีช่องทางปรึกษา รูปแบบฯ ประกอบด้วยการจำแนกความเสี่ยง การเตรียมผู้ดูแล การติดตามทางไกล และการเชื่อมโยงเครือข่ายปฐมภูมิกับระบบฉุกเฉิน หลังใช้รูปแบบฯ พบการติดเชื้อร้อยละ 2.33 เทียบกับก่อนใช้ร้อยละ 18.60 และการกลับมารักษาซ้ำด้วยภาวะติดเชื้อร้อยละ 2.33 เทียบกับร้อยละ 13.95 ความพึงพอใจบุคลากร ผู้ป่วย และผู้ดูแลมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 4.62 ± 0.41, 4.68 ± 0.38 และ 4.74 ± 0.35 ตามลำดับ อยู่ระดับมากที่สุด
สรุปและข้อเสนอแนะ: หลังใช้รูปแบบพบสัดส่วนการติดเชื้อและการกลับมารักษาซ้ำต่ำกว่าก่อนใช้ พร้อมความพึงพอใจระดับมากที่สุด สามารถประยุกต์ใช้ในการดูแลต่อเนื่อง โดยศึกษายืนยันผลด้วยกลุ่มเปรียบเทียบ
เอกสารอ้างอิง
1. World Health Organization. Global report on infection prevention and control 2024. Geneva: World Health Organization; 2024.
2. Brockhaus L, Lötscher C, Labhardt N D. Infection prevention practice in home healthcare: a mixed-method study in two Swiss home healthcare organisations. BMC Health Serv Res. 2024;24:657.
3. สถาบันบำราศนราดูร การปรับปรุงแนวทางการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อสำหรับประเทศไทย ค.ศ. 2024 [Updating IPC Guidelines for Thailand 2024] นนทบุรี: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2567.
4. Baniasadi T, Hassaniazad M, Rostam Niakan Kalhori S, Shahi M, Ghazisaeedi M. Developing a mobile health application for wound telemonitoring: a pilot study on abdominal surgeries post-discharge care. BMC Med Inform Decis Mak. 2023;23:103.
5. Yang Y, Che K, Deng J, Tang X, Jing W, He X, et al. Assessing the impact of frailty on infection risk in older adults: prospective observational cohort study. JMIR Public Health Surveill. 2024;10:e59762. doi: 10.2196/59762.
6. Liljas A, Barboza M, Basanisi C, Muzzi G, Nigussie A H, Agerholm J, et al. Risk factors for infection in older adults with home care: a mixed methods systematic review with meta-analysis. BMC Public Health. 2025;25:1643.
7. สมพิศ ขจรมณี. การพัฒนาระบบการจัดการความเสี่ยงทางพยาบาล งานผู้ป่วยในโรงพยาบาลจังหาร. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(1):433-44
8. สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ฉบับที่ 5 นนทบุรี: สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน); 2564.
9. Dalcól C, Tanner J, de Brito Poveda V. Digital tools for post-discharge surveillance of surgical site infection. J Adv Nurs. 2024;80(1):96-109.
10. เพ็ญศิริ อัตถาวงศ์, นันทรัตน์ อุทัยแสง, นฤมล เก็มเบ็นหมาด. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเยี่ยมบ้าน แบบ Home Nursing Care ร่วมกับการบริการพยาบาลทางไกล (Tele-nursing) ในการพยาบาลผู้ป่วยระยะกลาง (IMC) สำหรับหน่วยบริการปฐมภูมิเครือข่ายฯ จ.สงขลา. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2568;12(1):e273658.
11. Rayan-Gharra N, Tonkikh O, Gur-Yaish N. Family caregiver role in care recipient preparedness for hospital discharge: a parallel mediation model. PLoS One. 2025; 20(7):e0327758. doi: 10.1371/journal.pone.0327758.
12. ลดาวัลย์ พันธุ์พาณิชย์, ดารุณี จงอุดมการณ์, อรวรรณ ดวงมังกร, ขวัญสุดา บุญทศ, สมสกูล นีละสมิต, มนฤดี มโนรัตน์, และคนอื่นๆ. พิมพ์เขียวรูปแบบการพยาบาลครอบครัวส่วนขยายเพื่อเพิ่มความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่บ้านจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน การสังเคราะห์นวัตกรรมเชิงระบบจากข้อมูลวิจัยต่อเนื่อง. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2568;48(1):155-73
13. สุวรรณา เวียงนนท์. การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายร่วมกับการเสริมสร้างพลังอำนาจ สำหรับผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบในโรงพยาบาลทุ่งเขาหลวง. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(1):328-41
14. Faul F, Erdfelder E, Lang A G, Buchner A. G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social behavioral and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39(2):175-91.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-11-04 (2)
- 2026-11-04 (1)
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง