เวอร์ชันเก่านี้เผยแพร่เมื่อ 2026-11-04 โปรดอ่าน เวอร์ชันล่าสุด

การพัฒนารูปแบบการติดตามเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังจำหน่ายผู้ป่วย ในโรงพยาบาลจังหาร

ผู้แต่ง

  • สุปราณี กลีบจำปี โรงพยาบาลจังหาร
  • นัทมล แสงหัวช้าง โรงพยาบาลจังหาร

คำสำคัญ:

การวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย, การติดเชื้อ, การติดตามผู้ป่วยทางไกล, การดูแลต่อเนื่อง

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัญหาและความต้องการ พัฒนาและทดลองใช้รูปแบบการติดตามเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังจำหน่ายผู้ป่วยในโรงพยาบาลจังหาร และประเมินผลด้านการติดเชื้อหลังจำหน่ายและความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยและพัฒนาร่วมกับการวิจัยแบบผสมผสานวิธี

วัสดุและวิธีการวิจัย: ดำเนินการ 4 ระยะ ได้แก่ ศึกษาสถานการณ์ พัฒนารูปแบบ ทดลองใช้ และประเมินผล คัดเลือกแบบเจาะจง บุคลากรสุขภาพ 15 คน ผู้ป่วย 43 คน และผู้ดูแลหลัก 43 คน ใช้แนวคำถามสัมภาษณ์และสนทนากลุ่ม แบบประเมินความเสี่ยง แบบบันทึกติดตาม และแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.89 ติดตามผู้ป่วย 30 วัน เปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนพัฒนาจากเวชระเบียนย้อนหลัง วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย: ระบบเดิมขาดการคัดกรองและติดตามที่เป็นมาตรฐาน ขาดการฝึกทักษะผู้ดูแลและส่งต่อข้อมูลล่าช้า โดยผู้ดูแลต้องการฝึกทักษะและมีช่องทางปรึกษา รูปแบบฯ ประกอบด้วยการจำแนกความเสี่ยง การเตรียมผู้ดูแล การติดตามทางไกล และการเชื่อมโยงเครือข่ายปฐมภูมิกับระบบฉุกเฉิน หลังใช้รูปแบบฯ พบการติดเชื้อร้อยละ 2.33 เทียบกับก่อนใช้ร้อยละ 18.60 และการกลับมารักษาซ้ำด้วยภาวะติดเชื้อร้อยละ 2.33 เทียบกับร้อยละ 13.95 ความพึงพอใจบุคลากร ผู้ป่วย และผู้ดูแลมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 4.62 ± 0.41, 4.68 ± 0.38 และ 4.74 ± 0.35 ตามลำดับ อยู่ระดับมากที่สุด

สรุปและข้อเสนอแนะ: หลังใช้รูปแบบพบสัดส่วนการติดเชื้อและการกลับมารักษาซ้ำต่ำกว่าก่อนใช้ พร้อมความพึงพอใจระดับมากที่สุด สามารถประยุกต์ใช้ในการดูแลต่อเนื่อง โดยศึกษายืนยันผลด้วยกลุ่มเปรียบเทียบ

เอกสารอ้างอิง

1. World Health Organization. Global report on infection prevention and control 2024. Geneva: World Health Organization; 2024.

2. Brockhaus L, Lötscher C, Labhardt N D. Infection prevention practice in home healthcare: a mixed-method study in two Swiss home healthcare organisations. BMC Health Serv Res. 2024;24:657.

3. สถาบันบำราศนราดูร การปรับปรุงแนวทางการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อสำหรับประเทศไทย ค.ศ. 2024 [Updating IPC Guidelines for Thailand 2024] นนทบุรี: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2567.

4. Baniasadi T, Hassaniazad M, Rostam Niakan Kalhori S, Shahi M, Ghazisaeedi M. Developing a mobile health application for wound telemonitoring: a pilot study on abdominal surgeries post-discharge care. BMC Med Inform Decis Mak. 2023;23:103.

5. Yang Y, Che K, Deng J, Tang X, Jing W, He X, et al. Assessing the impact of frailty on infection risk in older adults: prospective observational cohort study. JMIR Public Health Surveill. 2024;10:e59762. doi: 10.2196/59762.

6. Liljas A, Barboza M, Basanisi C, Muzzi G, Nigussie A H, Agerholm J, et al. Risk factors for infection in older adults with home care: a mixed methods systematic review with meta-analysis. BMC Public Health. 2025;25:1643.

7. สมพิศ ขจรมณี. การพัฒนาระบบการจัดการความเสี่ยงทางพยาบาล งานผู้ป่วยในโรงพยาบาลจังหาร. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(1):433-44

8. สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ฉบับที่ 5 นนทบุรี: สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน); 2564.

9. Dalcól C, Tanner J, de Brito Poveda V. Digital tools for post-discharge surveillance of surgical site infection. J Adv Nurs. 2024;80(1):96-109.

10. เพ็ญศิริ อัตถาวงศ์, นันทรัตน์ อุทัยแสง, นฤมล เก็มเบ็นหมาด. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเยี่ยมบ้าน แบบ Home Nursing Care ร่วมกับการบริการพยาบาลทางไกล (Tele-nursing) ในการพยาบาลผู้ป่วยระยะกลาง (IMC) สำหรับหน่วยบริการปฐมภูมิเครือข่ายฯ จ.สงขลา. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2568;12(1):e273658.

11. Rayan-Gharra N, Tonkikh O, Gur-Yaish N. Family caregiver role in care recipient preparedness for hospital discharge: a parallel mediation model. PLoS One. 2025; 20(7):e0327758. doi: 10.1371/journal.pone.0327758.

12. ลดาวัลย์ พันธุ์พาณิชย์, ดารุณี จงอุดมการณ์, อรวรรณ ดวงมังกร, ขวัญสุดา บุญทศ, สมสกูล นีละสมิต, มนฤดี มโนรัตน์, และคนอื่นๆ. พิมพ์เขียวรูปแบบการพยาบาลครอบครัวส่วนขยายเพื่อเพิ่มความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่บ้านจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน การสังเคราะห์นวัตกรรมเชิงระบบจากข้อมูลวิจัยต่อเนื่อง. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2568;48(1):155-73

13. สุวรรณา เวียงนนท์. การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายร่วมกับการเสริมสร้างพลังอำนาจ สำหรับผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบในโรงพยาบาลทุ่งเขาหลวง. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(1):328-41

14. Faul F, Erdfelder E, Lang A G, Buchner A. G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social behavioral and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39(2):175-91.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-11-04

เวอร์ชัน

รูปแบบการอ้างอิง

1.
กลีบจำปี ส, แสงหัวช้าง น. การพัฒนารูปแบบการติดตามเพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังจำหน่ายผู้ป่วย ในโรงพยาบาลจังหาร. J Res Health Inno Dev [อินเทอร์เน็ต]. 4 พฤศจิกายน 2026 [อ้างถึง 8 พฤศจิกายน 2026];7(3):245-5. Available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/293258

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นนิพนธ์