การพัฒนาระบบคัดกรองโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในระดับปฐมภูมิเพื่อการค้นหาผู้ป่วยได้รวดเร็ว และลดภาวะแทรกซ้อนจากการสูบบุหรี่ในอำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้แต่ง

  • สุภิญญา สมญา โรงพยาบาลศรีสมเด็จ

คำสำคัญ:

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, บริการสุขภาพปฐมภูมิ, การคัดกรอง, การส่งต่อและปรึกษา

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสภาพปัญหาระบบคัดกรอง พัฒนาระบบ นำระบบไปทดลองใช้ในบริการจริง และประเมินผลระบบคัดกรองโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและการส่งต่อในระดับปฐมภูมิ อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยและพัฒนา

วัสดุและวิธีการวิจัย: ระยะที่ 1 ทบทวนบริการเดิมปี 2567 จำนวน 125 คน ระยะที่ 2 ปรับระบบจากคู่มือเดิม ขยายเกณฑ์สูบบุหรี่สะสมจากอย่างน้อย 20 เป็น 10 ซอง-ปี และจัดบริการเชิงรุกที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 8 แห่ง ระยะที่ 3 นำไปใช้เดือนมีนาคม–พฤษภาคม 2569 ในประชาชนอายุอย่างน้อย 40 ปี จำนวน 313 คน ระยะที่ 4 ประเมินข้อมูลบริการและการใช้งานระบบจากเจ้าหน้าที่ 16 คน วิเคราะห์ด้วยสถิติพรรณนา ไคสแควร์ และวิธีมอนติคาร์โล

ผลการวิจัย: ระยะที่ 1 ระบบเดิมมีผู้รับบริการ 125 คน แต่ไม่สามารถประเมินความครอบคลุม ระยะที่ 2 ได้ระบบค้นหาและนัดหมายในพื้นที่ร่วมกับทีมคลินิกออกคัดกรองและส่งต่อ ระยะที่ 3 คัดกรอง 313 คน ผลต่ำกว่าเกณฑ์ตามรายงาน 207 คน (ร้อยละ 66.13) ระยะที่ 4 ผู้ส่งต่อเข้ารับการตรวจครบทุกคน รายงานระบุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 19 คน โรคหืด 17 คน ก้อนในปอด 2 คน สงสัยวัณโรค 2 คน และไม่พบความผิดปกติ 167 คน คะแนนการใช้งานเฉลี่ย 79.38 (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 9.01) สัดส่วนผลต่ำกว่าเกณฑ์ต่างกันระหว่างระบบ (ไคสแควร์ 38.543; ค่าความน่าจะเป็นน้อยกว่า .001)

สรุปและข้อเสนอแนะ: ระบบเชื่อมบริการคัดกรองในชุมชนกับการเข้ารับการตรวจหลังส่งต่อได้ครบตามรายงาน ควรพัฒนาข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับและติดตามผลต่อเนื่อง ความต่างของเกณฑ์และช่วงเวลา รวมทั้งข้อมูลเครื่องมือและผลตรวจยืนยันที่ไม่ครบถ้วน จำกัดการสรุปประสิทธิผล ความแม่นยำ และผลลดภาวะแทรกซ้อน

เอกสารอ้างอิง

1. World Health Organization. Chronic obstructive pulmonary disease (COPD) [Internet]. 2026 [cited 2026 Oct 26]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/chronic-obstructive-pulmonary-disease-(copd)

2. Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. Global strategy for prevention, diagnosis and management of COPD: 2026 report [Internet]. 2026 [cited 2026 Oct 26]. Available from: https://goldcopd.org/2026-gold-report-and-pocket-guide/

3. สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ. 2565 [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 23 ตุลาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://cpg.dms.go.th/ebooks/แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอุดกั้น-65

4. Martinez F J, Han M K, Lopez C, Murray S, Mannino D, Anderson S, et al. Discriminative accuracy of the CAPTURE tool for identifying chronic obstructive pulmonary disease in US primary care settings. JAMA. 2023;329(6):490-501. doi:10.1001/jama.2023.0128.

5. Skivington K, Matthews L, Simpson S A, Craig P, Baird J, Blazeby J M, et al. A new framework for developing and evaluating complex interventions: update of Medical Research Council guidance. BMJ. 2021;374:n2061. doi:10.1136/bmj.n2061.

6. Brooke J. SUS: a “quick and dirty” usability scale. In: Jordan P W, Thomas B, Weerdmeester BA, McClelland IL, editors. Usability evaluation in industry. London: Taylor & Francis; 1996. p. 189-94. doi:10.1201/9781498710411-35.

7. Brooke J. SUS: a retrospective. J Usability Stud. 2013;8(2):29-40.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-11-04

รูปแบบการอ้างอิง

1.
สมญา ส. การพัฒนาระบบคัดกรองโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในระดับปฐมภูมิเพื่อการค้นหาผู้ป่วยได้รวดเร็ว และลดภาวะแทรกซ้อนจากการสูบบุหรี่ในอำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด. J Res Health Inno Dev [อินเทอร์เน็ต]. 4 พฤศจิกายน 2026 [อ้างถึง 8 พฤศจิกายน 2026];7(3):236-45. Available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/293257

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นนิพนธ์