รูปแบบการจัดบริการพยาบาลเพื่อคุณภาพและความปลอดภัยในงานให้คำปรึกษาโรงพยาบาลร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดบริการพยาบาล, คุณภาพและความปลอดภัย, งานให้คำปรึกษาบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการ พัฒนารูปแบบ และประเมินประสิทธิผล ของรูปแบบการจัดบริการพยาบาลเพื่อคุณภาพและความปลอดภัยในงานให้คำปรึกษา โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยและพัฒนาโดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ การศึกษาสถานการณ์และความต้องการ การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ และการทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบ
วัสดุและวิธีการวิจัย: กลุ่มผู้ให้ข้อมูลระยะศึกษาสถานการณ์ ได้แก่ ผู้ให้บริการ 10 คน และผู้รับบริการ 12 คน คัดเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด ระยะพัฒนารูปแบบตรวจสอบคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน และระยะทดลองใช้ประกอบด้วยผู้ให้บริการ 30 คน และผู้รับบริการ 30 คน โดยคัดเลือกตามเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนด เครื่องมือ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบประเมิน และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การเปรียบเทียบผลก่อนและหลังใช้รูปแบบใช้ Paired-sample t-test โดยก่อนการวิเคราะห์ได้ตรวจสอบการแจกแจงปกติของคะแนนความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังการใช้รูปแบบ และกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย: พบปัญหาสำคัญในการจัดบริการ 6 ด้าน รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) แนวปฏิบัติการพยาบาล (2) กระบวนการให้คำปรึกษา 8 ขั้นตอน (3) ระบบเอกสารและเครื่องมือมาตรฐาน (4) ระบบพัฒนาสมรรถนะบุคลากร (5) ระบบติดตามและประเมินผล และ (6) ตัวชี้วัดคุณภาพ โดยรูปแบบและเครื่องมือได้รับการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินผู้รับบริการและผู้ให้บริการเท่ากับ 0.97 และ 0.99 ตามลำดับ ภายหลังใช้รูปแบบ คะแนนสมรรถนะของผู้ให้บริการเพิ่มจาก 3.42 ± 0.38 เป็น 4.58 ± 0.29 คะแนน โดยมีความแตกต่างของค่าเฉลี่ย 1.16 คะแนน (95%CI 1.01–1.31, p < .001) การประเมินก่อนให้คำปรึกษาเพิ่มจากร้อยละ 73.3 เป็น 100.0 การบันทึกข้อมูลครบถ้วนเพิ่มจากร้อยละ 70.0 เป็น 96.7 และการติดตามผู้รับบริการเพิ่มจากร้อยละ 66.7 เป็น 93.3 ขณะที่ผู้รับบริการมีความพึงพอใจเพิ่มจาก 3.76 ± 0.41 เป็น 4.71 ± 0.25 คะแนน โดยมีความแตกต่างของค่าเฉลี่ย 0.95 คะแนน (95%CI 0.81–1.09, p < .001)
สรุปและข้อเสนอแนะ: รูปแบบที่พัฒนาขึ้นช่วยยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย สมรรถนะผู้ให้บริการ และความพึงพอใจของผู้รับบริการ ควรนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยบริการที่มีบริบทใกล้เคียง พร้อมพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ติดตามผล และประเมินตัวชี้วัดคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
Donabedian A. The quality of care: how can it be assessed? JAMA. 1988;260(12):1743-8.
World Health Organization, Organization for Economic Co-operation and Development, International Bank for Reconstruction and Development/The World Bank. Delivering quality health services: a global imperative for universal health coverage. Geneva: World Health Organization; 2018.
Institute of Medicine. To err is human: building a safer health system. Washington (DC): National Academies Press; 2000.
World Health Organization. Global patient safety action plan 2021-2030: towards eliminating avoidable harm in health care. Geneva: World Health Organization; 2021.
World Health Organization. Consolidated guidelines on HIV testing services. Geneva: World Health Organization; 2019.
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมโรค; 2565.
Kerr D, Ostaszkiewicz J, Dunning T, Martin P. The effectiveness of training interventions on nurses' communication skills: a systematic review. Nurse Educ Today. 2020;89:104405.
Deewala S, Changjeraja W. Development of a nursing service model for stroke patients in Bueng Kan Hospital. J Prev Med Assoc Thai. 2024;14(1):92-113.
กัลยารัตน์ วรรณวงศ์, สุภาภรณ์ อุดมลักษณ์, กาญจนา ดาวประเสริฐ, รัตนาภรณ์ รักชาติ. การพัฒนารูปแบบการบริการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ของพยาบาลวิชาชีพ: การวิจัยและพัฒนา. วารสารกองการพยาบาล. 2564;48(2):1-14.
ปณิตา คุณสาระ, วาศินี อ่อนท้วม, ดวงกมล ดีทองคำ, จักรพล เบ้าทองคำ. การพัฒนารูปแบบบริการพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ ในงานการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด. วารสารกองการพยาบาล. 2568;52(2):31-46.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง