การพัฒนาแนวทางการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้แต่ง

  • สง่าจิตร ศรีสวนจิก โรงพยาบาลศรีสมเด็จ

คำสำคัญ:

แนวทางการคัดกรอง, ภาวะสมองเสื่อม, ผู้สูงอายุ, โรคความดันโลหิตสูง, Thai Mental State Examination (TMSE)

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสถานการณ์ภาวะสมองเสื่อม พัฒนาแนวทางการคัดกรองภาวะสมองเสื่อม และประเมินผลการใช้แนวทางการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด

รูปแบบการวิจัย: เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการวิจัยและพัฒนาของ Borg & Gall ดำเนินการ 3 ระยะ 10 ขั้นตอน ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาสถานการณ์และพัฒนาแนวทาง ระยะที่ 2 การทดลองใช้และปรับปรุงแนวทาง และระยะที่ 3 การทดลองใช้ในบริบทจริง ประเมินผล และจัดทำแนวทางฉบับสมบูรณ์

วัสดุและวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ประกอบด้วย บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 10 คน และผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 40 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แนวทางการคัดกรองภาวะสมองเสื่อม แบบประเมิน Barthel ADL Index แบบประเมิน Thai Mental State Examination (TMSE) แบบวัดความรู้ความเข้าใจ และแบบวัดความพึงพอใจต่อการใช้แนวทาง ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และตรวจสอบความเชื่อมั่นของเครื่องมือ โดยแบบทดสอบความรู้ความเข้าใจมีค่า KR-20 เท่ากับ 0.71 และแบบวัดความพึงพอใจมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.78 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Dependent t-test

ผลการวิจัย: ผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 40 คน มีอายุเฉลี่ย 72.25 ปี (SD. = 6.12) คะแนน Barthel ADL Index เฉลี่ย 19.20 คะแนน (SD. = 2.02) และคะแนน TMSE เฉลี่ย 24.03 คะแนน (SD. = 4.78) พบผู้สูงอายุที่มีคะแนน TMSE ≤23 คะแนน จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 25.00 แนวทางที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การเตรียมความพร้อมก่อนการคัดกรอง 2) การซักประวัติและประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3) การคัดกรองด้วย TMSE 4) การให้คำแนะนำเพื่อส่งเสริมสุขภาพสมอง 5) การกำหนดเกณฑ์และช่องทางการส่งต่อ และ 6) การบันทึกและติดตามผลอย่างเป็นระบบ หลังการใช้แนวทาง บุคลากรมีคะแนนความรู้ความเข้าใจเฉลี่ย 14.50 คะแนน (SD. = 0.71) สูงกว่าก่อนการใช้แนวทางซึ่งมีค่าเฉลี่ย 12.60 (SD. = 1.78) (p = .002) และมีความพึงพอใจต่อการใช้แนวทางโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

สรุปผลและข้อเสนอแนะ: แนวทางการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมที่พัฒนาขึ้นมีขั้นตอนชัดเจน ครอบคลุมการคัดกรอง การส่งเสริมสุขภาพสมอง การส่งต่อ และการติดตามผล และมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในคลินิกโรคความดันโลหิตสูง ผลการประเมินเบื้องต้นพบว่าช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจของบุคลากรและได้รับความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ควรนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ในระบบบริการ พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ระบบบันทึกและติดตามผล และระบบส่งต่ออย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ควรมีการศึกษาประสิทธิผลในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่และหลายพื้นที่ รวมถึงติดตามผลในระยะยาวต่อไป

เอกสารอ้างอิง

ดังการ พลลาภ, ศิราณี ศรีหาภาค, ประครอง ขันบำรุง. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมอย่างเพียงพอของเครือข่ายบริการสุขภาพปฐมภูมิ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567;9(6):493-503.

แพรศิริ อยู่สุข. การพัฒนาระบบการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมในคลินิกผู้สูงอายุ. Mahidol R2R e-Journal. 2568;12(1):1-10.

สุจรรยา แสงเขียวงาม, สำรวย มั่นบุปผชาติ, ณณิชา สมิทธิ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มาใช้บริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2564;14(4):62-71.

นิตยาภา นันทขว้าง, จีรนันท์ วงศ์มา. ความชุกของการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงในชนบทเชียงใหม่. วารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ. 2560;4(2):1-13.

กลุ่มงานเวชระเบียน โรงพยาบาลศรีสมเด็จ. สถิติผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. ร้อยเอ็ด: โรงพยาบาลศรีสมเด็จ; 2568.

Borg W R, Gall M D. Educational research: an introduction. 4th ed. New York: Longman; 1983.

ผ่องพรรณ อรุณแสง. การประเมินภาวะสุขภาพผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ. พิมพ์ครั้งที่ 4. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา; 2559.

สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล. หลักสำคัญของเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม. กรุงเทพฯ: สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2564.

สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. โครงการการประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์: การเปรียบเทียบความสัมพันธ์แบบทดสอบสภาพสมองเสื่อมเบื้องต้น ฉบับภาษาไทย (MMSE-Thai) 2002 และแบบทดสอบสมรรถภาพสมองไทย (Thai mini-mental state examination; TMSE) ในการคัดกรองผู้สูงอายุภาวะสมองเสื่อม. กรุงเทพฯ: สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ; 2551.

รัตติยา ฤทธิช่วย, อนุสรณ์ จิตมนัส, อรอุมา รักษาชล, วลิษา อินทรภักดิ์, ณัฎฐิณีย์ คงนวล, หทัยรัตน์ ตัลยารักษ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้. 2563;13(1):56-63.

เพชรรัตน์ พิบาลวงศ์, จตุพร จันทะพฤกษ์, ภาวิณี แพงสุข, ปิยนุช ภิญโย, ภควรรณ ตลอดพงษ์, นิสากร เห็มชนาน. การศึกษาสถานการณ์ภาวะสมองเสื่อมและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์. 2561;8(2):46-57.

นิตยา ภูริพันธุ์, ดวงกมล ดีทองคำ, ปณิตา คุณสาระ. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลในการจัดการอาการปวดในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายด้วยสมาธิบำบัด SKT-8. วารสารกองการพยาบาล. 2563;47(1):173-89.

ศรีสุดา งามขำ, นิสา ครุฑจันทร์, จุฑารัตน์ สว่างชัย, บุญเตือน วัฒนกุล, ศศิธร ชิดนายี, รุ่งนภา เขียวชอ่ำ. ความรู้และการรับรู้เกี่ยวกับการประเมินและการจัดการความปวดของพยาบาลวิชาชีพ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ. 2561;34(2):22-33.

ภาวดี วิมลพันธุ์, เพ็ญนภา กุมวรรณ, นงนุช กังสาริกรณ์, กาญจนา พิงคะสัน. การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อจัดการกับความเจ็บปวดของผู้ป่วยมะเร็ง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา. 2555;5(3):2-15.

รัชนีวรรณ คูตระกูล, วณิชชา เรืองศรี, อำภาพร นามวงศ์พรหม, พัชรี ยิ้มแย้ม. การพัฒนาระบบการจัดการความปวดในผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม. วารสารการพยาบาลและสุขภาพดูแล. 2561;36(1):189-97.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-02

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ศรีสวนจิก ส. การพัฒนาแนวทางการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด. J Res Health Inno Dev [อินเทอร์เน็ต]. 2 ตุลาคาม 2026 [อ้างถึง 18 ตุลาคาม 2026];7(3):64-76. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/292322

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นนิพนธ์