รูปแบบการจัดบริการพยาบาลเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยในคลินิกระงับปวด
คำสำคัญ:
การจัดบริการพยาบาล, คลินิกระงับปวด, คุณภาพชีวิต, ความปลอดภัยของผู้ป่วย, การวิจัยและพัฒนาบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสถานการณ์ พัฒนารูปแบบการจัดบริการพยาบาล ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบและศึกษาความพึงพอใจของผู้ป่วยและพยาบาลต่อรูปแบบการจัดบริการพยาบาลที่พัฒนาขึ้น
รูปแบบการวิจัย : การวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D)
วัสดุและวิธีการวิจัย : การวิจัยแบ่งเป็นระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์และวิเคราะห์ปัญหา ความต้องการ การจัดบริการโดยทำการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ป่วยที่มีภาวะปวดเรื้อรัง 10–15 คน และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ 10–15 คน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบฯ ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน และระยะที่ 3 ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบฯ กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดเข้าจำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 20 คน (ได้รับการดูแลตามปกติ) และกลุ่มทดลอง 20 คน (ได้รับการดูแลตามรูปแบบบริการที่พัฒนาขึ้น) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ ร่างรูปแบบการจัดบริการพยาบาล (IPNC-Model) แบบประเมิน แบบบันทึก และแบบสอบถาม เครื่องมือทุกชุดผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาได้ค่า IOC เท่ากับ 0.90–1.00 และค่าความเที่ยงของเครื่องมือได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.90 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา, Independent t-test, Paired t-test และ Fisher's Exact test
ผลการวิจัย : ผลการศึกษาสถานการณ์พบว่า การบริการเดิมมีการประเมินด้านอารมณ์และจิตใจของผู้ป่วยไม่ครอบคลุม ขาดมาตรฐานแนวปฏิบัติในการประเมินและการสื่อสารที่เข้าใจง่าย และระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยหลังให้ยายังไม่เป็นระบบ จากผลดังกล่าวจึงพัฒนารูปแบบการจัดบริการพยาบาลที่พัฒนาขึ้น (IPNC-Model) ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) การประเมินแบบองค์รวม 2) ระบบการจัดการความปวด 3) การเฝ้าระวังความปลอดภัย และ 4) การส่งเสริมการดูแลตนเอง ที่มีความตรงเชิงเนื้อหาอยู่ในระดับดีเยี่ยม (S-CVI/Ave = 0.98) หลังการพัฒนาพบว่า กลุ่มทดลองมีระดับความปวดต่ำกว่ากลุ่มควบคุมทั้งในด้านความปวดสูงสุด (p = .003) ความปวดโดยเฉลี่ย (p = .009) และความปวดในปัจจุบัน (p = .013) แต่ความปวดน้อยสุดไม่แตกต่างกัน ส่วนผลลัพธ์ด้านอื่นๆ พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้ในการดูแลตนเอง การรับรู้บริการและความปลอดภัย และความพึงพอใจโดยรวมสูงกว่ากลุ่มควบคุม (p < .001) และไม่พบอุบัติการณ์ด้านความปลอดภัยเลยในกลุ่มทดลอง และพยาบาลมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดบริการโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
สรุปและข้อเสนอแนะ : รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลในการลดระดับความปวด เพิ่มความปลอดภัย ความรู้ และความพึงพอใจของทั้งผู้ป่วยและบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาระบบบริการพยาบาลและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในหน่วยงานอื่นต่อไป
เอกสารอ้างอิง
International Association for the Study of Pain. IASP announces revised definition of pain. Washington, DC: IASP; 2020.
Raja S N, Carr D B, Cohen M, Finnerup N B, Flor H, Gibson S, et al. The revised International Association for the Study of Pain definition of pain: Concepts, challenges, and compromises. Pain. 2020;161(9):1976-82.
Wade D T, Halligan P W. The biopsychosocial model of illness: A model whose time has come. Clin Rehabil. 2017;31(8):995-1004.
Donabedian A. The quality of care: How can it be assessed? JAMA. 1988;260(12):1743-8.
Huang Y, Song Z, Xie L , Ding L , Yao Q. Nurse-Led Self-Care Interventions for Chronic Pain: A Systematic Review and Meta-Analysis of Randomized Controlled Trials. Worldviews Evid Based Nurs. 2026;23(1):e70105. doi: 10.1111/wvn.70105.
Orem D E. Nursing: Concepts of practice. 6th ed. St. Louis, MO: Mosby; 2001.
นุสรา ประเสริฐศรี. การจัดการความปวดในผู้สูงอายุ. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 2562;13(2):164-77.
Dowell D, Ragan K R, Jones C M, Baldwin G T, Chou R. CDC clinical practice guideline for prescribing opioids for pain-United States, 2022. MMWR Recommendations and Reports. 2022;71(3):1-95.
World Health Organization. WHO global report on patient safety. Geneva: World Health Organization; 2019.
Tanaka M. Orem's nursing self-care deficit theory: A theoretical analysis focusing on its philosophical and sociological foundation. Nurs Forum. 2022;57(3):480-5.
ปานทิพย์ สายทอง. ประสิทธิผลของแนวทางการจัดการความปวดหลังผ่าตัดในห้องพักฟื้น โรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี. วารสารโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์. 2565;18(1):54–67.
สุวิมล ว่องวาณิช, นงลักษณ์ วิรัชชัย. แนวทางการให้คำปรึกษาวิทยานิพนธ์. กรุงเทพฯ: ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ; 2546.
Elbers S, Wittink H, Konings S, Kaiser U, Kleijnen J, Pool J, Köke A. Longitudinal outcome evaluations of interdisciplinary multimodal pain treatment programmes for patients with chronic primary musculoskeletal pain: A systematic review and meta-analysis. Eur J Pain. 2022;26(2):310-35.
Hestmann R B, Tangen G G, Stenberg U, Denison E, Lerdal A. Chronic pain self-management interventions in primary care: A systematic review. BMJ Open. 2023;13: e070381.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-09-22 (3)
- 2026-09-22 (2)
- 2026-09-22 (1)
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง