การพัฒนารูปแบบบริการให้วัคซีนเพื่อลดการพลาดรับวัคซีนในเด็ก โรงพยาบาลสตึก
คำสำคัญ:
โอกาสการพลาดรับวัคซีน, รูปแบบบริการ, วัคซีนเด็ก, โรงพยาบาลชุมชน, การพัฒนาคุณภาพบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสถานการณ์และสาเหตุของการพลาดโอกาสรับวัคซีนในเด็ก พัฒนารูปแบบบริการให้วัคซีน และประเมินผลของรูปแบบบริการที่พัฒนาขึ้น โรงพยาบาลสตึก จังหวัดบุรีรัมย์
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยและพัฒนาแบบผสมผสาน โดยระยะประเมินผลใช้การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง
วัสดุและวิธีการวิจัย: การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1) ศึกษาสถานการณ์จากเด็กอายุ 0–5 ปีและผู้ปกครอง 140 ราย ร่วมกับข้อมูลจากบุคลากรผู้ให้บริการ 2) พัฒนารูปแบบบริการจากข้อมูลสถานการณ์จริง หลักฐานเชิงประจักษ์ การมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพ และวงจร PDSA และ 3) ประเมินผลหลังใช้รูปแบบบริการ 3 เดือน เครื่องมือประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลการพลาดโอกาสรับวัคซีน แนวคำถามเชิงคุณภาพ รูปแบบบริการที่พัฒนาขึ้น และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา McNemar’s test และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย: ก่อนพัฒนา อัตราการพลาดโอกาสรับวัคซีนเท่ากับร้อยละ 20.0 และความครอบคลุมของวัคซีนพื้นฐานครบตามเกณฑ์เท่ากับร้อยละ 80.0 ปัญหาหลักคือการตรวจสอบประวัติวัคซีนไม่เป็นระบบ การคัดกรองสิทธิไม่ชัดเจน การติดตามขาดนัดไม่ต่อเนื่อง และการสื่อสารกับผู้ปกครองไม่เป็นรูปแบบเดียวกัน รูปแบบบริการที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยการคัดกรองเชิงรุกและแจ้งเตือนสิทธิรับวัคซีนผ่าน HOSxP ระบบนัดหมายและติดตาม การสื่อสารและให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง และการปรับปรุงขั้นตอนของทีมสหวิชาชีพ หลังใช้รูปแบบบริการ อัตราการพลาดโอกาสรับวัคซีนลดลงเหลือร้อยละ 5.7 (p < .001) และความครอบคลุมของวัคซีนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 94.3 (p = .002) ผู้ปกครองและบุคลากรมีความพึงพอใจระดับมากถึงมากที่สุด
สรุปและข้อเสนอแนะ: รูปแบบบริการที่พัฒนาขึ้นช่วยลดการพลาดโอกาสรับวัคซีนและเพิ่มความครอบคลุมของวัคซีนในเด็กได้ ควรนำไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาคุณภาพบริการวัคซีนในโรงพยาบาลชุมชน และติดตามผลในระยะยาวเพื่อประเมินความยั่งยืนของรูปแบบบริการ
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กำหนดการให้วัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 24 พฤษภาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor2/dcd/files/1_Vaccine%20Schedule%202566_V3.pdf
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. องค์ความรู้ด้านวัคซีนที่เกี่ยวข้องกับโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 24 พฤษภาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ddc.moph.go.th/uploads/publish/1445220230823073906.pdf
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แผนเร่งรัดการฉีดวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กกลุ่มเป้าหมาย [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 24 พฤษภาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1273420220512071114.pdf
Tampi M, Carrasco-Labra A, O’Brien KK, Velandia-González M, Brignardello-Petersen R. Systematic review on reducing missed opportunities for vaccinations in Latin America. Rev Panam Salud Publica. 2022;46:e65. doi:10.26633/RPSP.2022.65
Mustafa B S, Saleh J I. Prevalence of missed opportunities for immunization and its associated factors among children below two years old. Muthanna Med J. 2023;10(2):212-26.
Nascimento W S M, Queiroz R CS, Corrêa R G C F, Batista R F L, Simões V M F, Silva A A M. Factors associated with missed opportunities for vaccination in children during the first year of life: a cross-sectional study. Vaccines (Basel). 2025;13(11):1129. doi:10.3390/vaccines13111129
Albaugh N, Mathew J, Choudhary R, Rathi A, Singh N, Rana S, et al. Determining the burden of missed opportunities for vaccination among children admitted in healthcare facilities in India: a cross-sectional study. BMJ Open. 2021;11(3):e046464. doi:10.1136/bmjopen-2020-046464
Borràs-Bermejo B, Panunzi I, Bachy C, Gil-Cuesta J. Missed opportunities for vaccination in children up to 5 years old in 19 Médecins Sans Frontières-supported health facilities: a cross-sectional survey in six low-resource countries. BMJ Open. 2022;12(7):e059900. doi:10.1136/bmjopen-2021-059900
Agency for Healthcare Research and Quality. Plan-Do-Study-Act (PDSA) directions and examples [Internet]. Rockville (MD): Agency for Healthcare Research and Quality; [cited 2026 May 24]. Available from: https://www.ahrq.gov/health-literacy/improve/precautions/tool2b.html
Taylor M J, McNicholas C, Nicolay C, Darzi A, Bell D, Reed J E. Systematic review of the application of the plan-do-study-act method to improve quality in healthcare. BMJ Qual Saf. 2014;23(4):290-8. doi:10.1136/bmjqs-2013-001862
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง