การพัฒนารูปแบบการดูแลแบบบูรณาการของทีมโรงเรียนเบาหวานวิทยาอำเภอปทุมรัตต์ ต่อการบรรลุภาวะเบาหวานระยะสงบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
คำสำคัญ:
เบาหวานระยะสงบ, โรงเรียนเบาหวานวิทยา, การดูแลแบบบูรณาการบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสถานการณ์ พัฒนารูปแบบ และประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการดูแลแบบบูรณาการของทีมโรงเรียนเบาหวานวิทยาอำเภอปทุมรัตต์ต่อการบรรลุภาวะเบาหวานระยะสงบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
รูปแบบการวิจัย : การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR)
วัสดุและวิธีการวิจัย : กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 55 ราย ที่รับบริการในคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรงพยาบาลปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด คัดเลือกโดยวิธี Systematic random sampling ดำเนินการระหว่างเดือนธันวาคม 2567 ถึงกรกฎาคม 2568 เครื่องมือที่ใช้คือรูปแบบการดูแลแบบบูรณาการโรงเรียนเบาหวานวิทยาที่ประยุกต์ใช้ Chronic Care Model (CCM) และทฤษฎีการควบคุมตนเอง (SRT) โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้มงวดผ่าน 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เช่น การบริโภคอาหารแบบพร่องคาร์โบไฮเดรต (Low Carb) การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด ร่วมกับการติดตามต่อเนื่องโดยทีมสหวิชาชีพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการด้วยสถิติ Paired t-test
ผลการวิจัย : การประเมินผลหลังเริ่มใช้รูปแบบการดูแล พบว่า ผู้ป่วยร้อยละ 90.91 สามารถหยุดยาเบาหวานได้สำเร็จ และยังควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายโดยไม่ต้องใช้ยา ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (FPG) ลดลงจาก 121.35 เป็น 98.42 mg/dL (p < .001) ขณะที่ระดับ HbA1c ลดลงเล็กน้อยจาก 5.87 ± 0.42% เป็น 5.80 ± 0.73% ไม่แตกต่างกัน (p = .305) คะแนนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียดเพิ่มขึ้น (p < .001) และมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการดูแลอยู่ในระดับร้อยละ 96.55
สรุปและข้อเสนอแนะ: รูปแบบการดูแลแบบบูรณาการของทีมโรงเรียนเบาหวานวิทยาอำเภอปทุมรัตต์เป็นนวัตกรรมบริการที่มีประสิทธิผล สามารถส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดการใช้ยา และเพิ่มโอกาสการเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas 11th edition 2025 [Internet]. Brussels: International Diabetes Federation; 2025 [cited 2025 Jan 1]. Available from: https://diabetesatlas.org.
ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย. แนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย; 2565.
Aekplakorn W, Chariyalertsak S, Kessomboon P, Assanangkornchai S, Taneepanichskul S, Putwatana P. Prevalence and management of diabetes and associated risk factors by regions of Thailand: Third National Health Examination Survey 2004. Diabetes Care. 2018;41(2):267-75.
กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
American Diabetes Association. Standards of care in diabetes 2024. Diabetes Care. 2024;47(Suppl 1):S1-S350.
Ludwig D S, Ebbeling C B. The carbohydrate-insulin model of obesity: beyond calories in, calories out. JAMA Intern Med. 2018;178(8):1098-103.
Franz M J, MacLeod J, Evert A, Brown C, Gradwell E, Handu D, et al. Academy of Nutrition and Dietetics nutrition practice guideline for type 1 and type 2 diabetes in adults. J Acad Nutr Diet. 2017;117(10):1659-79.
Lean M E J, Leslie W S, Barnes A C, Brosnahan N, Thom G, McCombie L, et al. Primary care-led weight management for remission of type 2 diabetes (DiRECT): an open-label, cluster-randomised trial. Lancet. 2018;391(10120):541-51.
Taheri S, Zaghloul H, Chagoury O, Elhadad S, Ahmed S H, El Khatib N, et al. Effect of intensive lifestyle intervention on bodyweight and glycaemia in early type 2 diabetes (DIADEM-I): an open-label, parallel-group, randomized controlled trial. Lancet Diabetes Endocrinol. 2020;8(6):477-89.
ณกานต์ชญาน์ นววัชรินทร์, ภัทรพล สินสุพรรณ, วุฒิไกร เพชรมณี. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวดเพื่อเข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบ. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567;20(1):59-72.
สุภาพ ใจดีมาก, วารุณี สุขสันต์, ปิยะฉัตร สว่างวงษ์. การศึกษาพฤติกรรมการดูแลตนเองและปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในภาคอีสาน. วารสารพยาบาลศาสตร์เขลางค์นคร. 2565;24(1):78-92.
อธิบ ลีธีระประเสริฐ. ประสิทธิผลและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเข้าสู่ระยะสงบของผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลกันทรารมย์. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 2565;29(2):45-58.
Taylor R, Al-Mrabeh S, Zhyzhneuskaya S, Peters C, Barnes AC, Aribisala B S, et al. Remission of human type 2 diabetes requires decrease in liver and pancreas fat content but is dependent upon capacity for β cell recovery. Cell Metab. 2018;28(4):547-56.
Wagner E H. Chronic disease management: what will it take to improve care for chronic illness? Eff Clin Pract. 1998;1(1):2-4.
Hallberg S J, McKenzie A L, Williams P T, Bhanpuri N H, Peters A L, Campbell W W, et al. Effectiveness and safety of a novel care model for the management of type 2 diabetes at 1 year. Diabetes Ther. 2018;9(2):583-612.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด. รายงานข้อมูลผู้ป่วยโรคเบาหวาน จังหวัดร้อยเอ็ด ปีงบประมาณ 2567 [อินเทอร์เน็ต]. ร้อยเอ็ด: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/roi/public/main
Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Victoria: Deakin University Press; 1988.
ชณัฏฐา เรืองสุทธิภาพ. ประสิทธิผลของการดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ อำเภอพิบูลมังสาหาร. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาแพทย์และสุขภาพชุมชน. 2567;6(1):22-35.
สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพิมาย. หลักสูตรโรงเรียนเบาหวานวิทยาอำเภอพิมาย. นครราชสีมา: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพิมาย; 2566.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ. หลักการและแนวปฏิบัติเพื่อการดูแลโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ. กรุงเทพฯ: สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ; 2567.
Bandura A. Social cognitive theory of self-regulation. Organ Behav Hum Decis Process. 1991;50(2):248-87.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-07-05 (2)
- 2026-07-05 (1)
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง