การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบรุนแรง ของโรงพยาบาลปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้แต่ง

  • วาสนา โสภักดี โรงพยาบาลปทุมรัตต์

คำสำคัญ:

แนวปฏิบัติทางการพยาบาล, ปอดอักเสบรุนแรง, การติดเชื้อในโรงพยาบาล, ผลลัพธ์ทางคลินิก

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสถานการณ์ พัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาล และประเมินประสิทธิผลของแนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นในการป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบรุนแรงของโรงพยาบาลปทุมรัตต์

รูปแบบการวิจัย : การวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) 4 ระยะ เก็บข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ และประเมินผลด้วยการวิจัยแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง

วัสดุและวิธีการวิจัย : กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยบุคลากรทางการพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วยปอดอักเสบ 34 ราย และพยาบาลผู้ใช้แนวปฏิบัติ 11 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ แนวปฏิบัติทางการพยาบาล แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ แบบประเมินประสิทธิภาพ และแบบบันทึกผลลัพธ์ทางคลินิก โดยแนวปฏิบัติมีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา 0.66–1.00 และแบบประเมินมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค 0.82 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และ Paired t-test

ผลการวิจัย : ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อปอดอักเสบเกี่ยวข้องกับด้านผู้ป่วย การเข้าถึงบริการ กระบวนการดูแล และทรัพยากรองค์กร แนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การล้างมือและสุขอนามัยของบุคลากร การจัดการผู้ป่วยที่ได้รับออกซิเจนอัตราไหลสูง (HFNC) การจัดท่านอนผู้ป่วย และ    การทำความสะอาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยได้รับการประเมินว่ามีความเหมาะสม (Mean=4.21, SD.=0.50) และความเป็นไปได้ในระดับมาก (Mean=4.18, SD.=0.50) หลังการนำแนวปฏิบัติไปใช้ คะแนนการรับรู้ประสิทธิภาพการดูแลของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Mean diff.=0.41, 95% CI: 0.27–0.55; p<.001) ผลลัพธ์ทางคลินิกดีขึ้น ได้แก่ อุณหภูมิร่างกาย อัตราการหายใจ และจำนวนวันนอนโรงพยาบาลลดลง ขณะที่ค่าออกซิเจนในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้อัตราภาวะแทรกซ้อนและอัตราการเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง ภายหลังการใช้แนวปฏิบัติ พยาบาลผู้ใช้แนวปฏิบัติมีคะแนนการรับรู้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001)

สรุปและข้อเสนอแนะ : แนวปฏิบัติทางการพยาบาลที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ได้จริง ช่วยยกระดับคุณภาพการดูแลและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรงในบริบทโรงพยาบาลชุมชน ควรส่งเสริมการนำไปใช้เป็นแนวทางมาตรฐานและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

เอกสารอ้างอิง

Centers for Disease Control and Prevention. Pneumonia: Causes and prevention [Internet]. Atlanta: CDC; 2023 [เข้าถึงเมื่อ 15 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov

World Health Organization. Pneumonia fact sheet [Internet]. Geneva: WHO; 2022 [cited 2025 Jan 15]. Available from: https://www.who.int

กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์โรคปอดอักเสบในประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมโรค; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 15 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ddc.moph.go.th

Registered Nurses' Association of Ontario. Best practice guidelines for nurses [Internet]. Toronto: RNAO; 2021 [cited 2025 Jan 15]. Available from: https://rnao.ca

Gillespie B M, Chaboyer W, McInnes E. Prevention of pressure injuries in the hospital setting: a systematic review. Int J Nurs Stud. 2020;109:103654.

Kalil A C, Metersky M L, Klompas M. Management of adults with hospital-acquired Pneumonia and ventilator-associated pneumonia. Am J Respir Crit Care Med. 2016;195(6):748-60.

Borg W R, Gall M D. Educational research: an introduction. 4th ed. New York: Longman;1983.

Delbecq A L, Van de Ven A H, Gustafson D H. Group techniques for program planning: a guide to nominal group and Delphi processes. Glenview, IL: Scott, Foresman; 1975.

Krueger R A, Casey M A. Focus groups: a practical guide for applied research. 5th ed. California: SAGE Publications; 2015.

Sapri ND, Ng YT, Wu VX, Klanin-Yobas P. Effectiveness of educational interventions on evidence-based practice for nurses in clinical settings: A systematic review and meta-analysis. Nurse Educ Today. 2022;111:105295.

อรรถเดช สรสุชาติ, รณิดา มนต์ขลัง. สถิติประยุกต์และระเบียบวิธีวิจัย. นครพนม: บริษัทค๊อฟฟี่บุ๊ก จำกัด; 2567.

สุณิตา ทองบ่อ, ดวงพร วัฒนเรืองโกวิท. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคปอดอักเสบหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลยโสธร. สำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัดยโสธร; 2567.

Kumar R, Patel S. Development of a hospital-based infection prevention system: a study on severe pneumonia. J Infect Control. 2018;46(3):211-7.

กิตติรัตน์ สวัสดิ์รักษ์, ลภิสรา สวัสดิรักษ์, พรนิภา ลีละธนาฤกษ์, นรินทร พันสาง, ศันสนีย์ ชัยบุตร. ผลการส่งเสริมการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ. ชัยภูมิเวชสาร. 2560;37(2):15-21.

ดวงมาลย์ คำหม่อม. ผลของการส่งเสริมการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันปอดอักเสบในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ หอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม โรงพยาบาลแพร่. Journal of the Phrae Hospital. 2565;30(1):15-31.

สายวลุน จันทคาม, อนุชา ไทยวงษ์, รวิสรา บันลือ, ณัฐกานต์ ปวงสุข, ขนิษฐา ศรีธรรมา, สุคนธ์ทิพย์ ปัตติทานัง. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ ในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2566;20(3):152-62.

Smith R D, Thompson M. Development of infection prevention protocols in hospitals: a focus on pneumonia. J Healthc Manage. 2020;45(2):98-106.

Jones L, Harris K. The impact of nursing education on infection prevention practices. Nurs Educ Perspect. 2019;40(4):237-42.

Lee C H, Ng C. A holistic approach to preventing severe pneumonia in hospital settings. Int J Nurs Stud. 2021;58(5):489-95.

Anderson S M, Richardson T. Utilizing technology to prevent pneumonia in hospitalized patients. J Clin Nurs. 2020;29(6):1025-33.

Orem D E. Nursing: concepts of practice. 4th ed. USA: McGraw-Hill; 1991.

Rosenstock I M. Historical origins of the health belief model. Health Educ Monogr. 1974;2(4):328-35.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

เผยแพร่ 2026-06-27 — ปรับปรุง 2026-07-03

เวอร์ชัน

รูปแบบการอ้างอิง

1.
โสภักดี ว. การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบรุนแรง ของโรงพยาบาลปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด. J Res Health Inno Dev [อินเทอร์เน็ต]. 3 กรกฎาคม 2026 [อ้างถึง 5 กรกฎาคม 2026];7(2):199-20. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/289817

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นนิพนธ์