การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อดื้อยาในผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจ ในหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 3 โรงพยาบาลร้อยเอ็ด

ผู้แต่ง

  • จันทร์เพ็ญ กันตพานิชการ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
  • เพียงใจ เวชชวงศ์ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด

คำสำคัญ:

การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาล, การป้องกันติดเชื้อดื้อยา, ผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจ, การควบคุมการติดเชื้อ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติและประเมินผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อดื้อยาในผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจในหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 3 โรงพยาบาลร้อยเอ็ด

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยและพัฒนา (Research and development) โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Soukup,2000)

วัสดุและวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยบุคลากรทางการพยาบาลและผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจในหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 3 ดำเนินการวิจัย 4 ระยะ ได้แก่ 1) ระยะเตรียมการเพื่อศึกษาสถานการณ์และทบทวนวรรณกรรม 2) ระยะพัฒนาแนวปฏิบัติผ่านการสนทนากลุ่มเพื่อปรับปรุง WHAPO–MDR-CRE CNPG ให้เข้ากับบริบทหน่วยงาน 3) ระยะทดลองใช้แนวปฏิบัติร่วมกับการสังเกตและนิเทศ และ 4) ระยะประเมินผล เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แนวปฏิบัติการพยาบาลฯที่พัฒนาขึ้น แบบสังเกตการปฏิบัติ และแบบสอบถามความพึงพอใจ

ผลการวิจัย: ผลการศึกษาพบว่าหลังการใช้แนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้น บุคลากรทางการพยาบาลมีการปฏิบัติในการป้องกัน VAP-MDR-CRE ที่ถูกต้องมากกว่าก่อนใช้แนวปฏิบัติ จะเห็นได้จากข้อมูลหลังใช้แนวปฏิบัติ
เดือน เม.ย.- มิ.ย. 2568 อัตราการติดเชื้อดื้อยาในผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจ 12.3 , 8.47 และ 4.00 ตามลำดับ นอกจากนี้บุคลากรทางการพยาบาลมีความพึงพอใจต่อแนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นในระดับสูง เนื่องจาก มีความชัดเจน เข้าใจง่าย และสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในบริบทของหน่วยงานได้จริง เช่น การปรับวิธีการดูแลช่องปากในผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว

สรุปและข้อเสนอแนะ: การพัฒนาแนวปฏิบัติโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมช่วยให้บุคลากรเกิดความมั่นใจและนำไปสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน ข้อเสนอแนะคือควรมีการนิเทศการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง กำกับติดตามมีป้ายสัญลักษณ์ และขยายผลการใช้แนวปฏิบัติไปยังหอผู้ป่วยวิกฤตอื่น ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจในภาพรวมของโรงพยาบาล

เอกสารอ้างอิง

Almeida B J, Diniz S S, Reis C E D. Impact of COVID-19 on the incidence, mortality, and costs associated with ventilator-associated pneumonia (VAP): A systematic review. J Crit Care. 2024;80:1545-67.

Centers for Disease Control and Prevention. National Healthcare Safety Network (NHSN) Report, Data summary for 2019, Device-associated Module [Internet]. 2024 [Cited 2024 Oct 14]. Available from: https//www.cdc.gov/nhsn/PDFs/dataStat/NHSNReport.

Papazian L, Penot A, Foucault C, Joffin L, Alby-Laurent F, Martin C, et al. Prevention of ventilator-associated pneumonia through care bundles: A systematic review and meta-analysis. J Intensive Med. 2023;3(2):115–25.

Meschiari M, Lopez-Lozano J M, Di Pilato V, Gimenez-Esparza C, Vecchi E, Bacca E, et al. A five-component infection control bundle to permanently eliminate a carbapenem-resistant Acinetobacter baumannii spreading in an intensive care unite. Antimicrobial Resistance and Infection Control. 2021;10(1):1-13.

สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ ด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลระดับชาติระยะ5ปี (พ.ศ.2566-2570) (พิมพ์ครั้งที่1). นนทบุรี: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2565.

คณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด. รายงานสรุปอัตราการติดเชื้อในโรงพยาบาล ประจำปีงบประมาณ 2565–2567. ร้อยเอ็ด: โรงพยาบาลร้อยเอ็ด; 2567.

Soukup S M. The Center for Advanced Nursing Practice evidence-based practice model : promoting the scholarship of practice. The Nursing clinics of North America [Internet]. 2024[Cited 2024 Oct 28]. Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov

Polit D F, Hungler B P. Nursing research: Principles and methods. 6th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 1999.

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. งานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ; 2015-2026 [เข้าถึงเมื่อ14 สิงหาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/ic/Article/bundle

Centers for Disease Control and Prevention. Facility Guidance for Control of Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae (CRE) November 2015 Update-CRE Toolkit [Internet] [Cited 2024 10 Nov 10]. Available from: https://www.cdc.gov/hai/pdfs/cre/CRE-guidance-508.pdf

Taro Yamane. Statistics: an introductory analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row; 1973.

เบญจมาศ ทำเจริญตระกูล, ดลวิวัฒน์ แสนโสม. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อป้องกันปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจในหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลบุรีรัมย์. 2565;37:441-52.

World Health Organization. Guidelines for the prevention and control of carbapenem-resistant Enterobacteriaceae, Acinetobacter baumanni and Pseudomonas aeruginosa in health care Facilities [Internet]. 2017 [cited 2024 Nov 14]. Available from: http://who.int/iris/bitstream/ Handle/10665/259462/9789241550178

สุภาพร ศรีพนม. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อดื้อยา Carbapenem-resistant Enterobacteriaceaeในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องช่วยหายใจ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอนแก่น. วารสารการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ. 2563;21:244-54.

ดวงมาลย์ คำหม่อม. ผลของการส่งเสริมการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันปอดอักเสบในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ หอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม โรงพยาบาลแพร่. วารสารสาธารณสุขจังหวัดแพร่เพื่อการพัฒนา. 2565;30(1):15–30.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-24

รูปแบบการอ้างอิง

1.
กันตพานิชการ จ, เวชชวงศ์ เ. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อดื้อยาในผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจ ในหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 3 โรงพยาบาลร้อยเอ็ด. J Res Health Inno Dev [อินเทอร์เน็ต]. 24 มิถุนายน 2026 [อ้างถึง 5 กรกฎาคม 2026];7(2):169-83. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/289736

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นนิพนธ์