ประสิทธิผลของโปรแกรม "ครัวทุ่งมน ลดเค็ม ลดเสี่ยง" โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการควบคุมความดันโลหิตของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งมน อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

ผู้แต่ง

  • จีระนันท์ เสริฐศรี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งมน

คำสำคัญ:

กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง, พฤติกรรมการบริโภคโซเดียม, การมีส่วนร่วมของชุมชน

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบระดับความดันโลหิต แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการบริโภคโซเดียมของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม และเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม

รูปแบบการวิจัย: การศึกษาวิจัยกึ่งทดลอง ชนิดสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง

วัสดุและวิธีวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีภาวะเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 142 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 71 คน และกลุ่มควบคุม 71 คน ได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย โปรแกรม "ครัวทุ่งมน ลดเค็ม ลดเสี่ยง" ระยะเวลา 8 สัปดาห์, เครื่องวัดความดันโลหิตดิจิทัล,แบบสอบถามความเชื่อด้านสุขภาพและแบบสอบถามพฤติกรรม สถิติที่ใช้ ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา การทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระต่อกันและการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอิสระต่อกัน

ผลการวิจัย: ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยความดันโลหิตซีสโตลิก (SBP) และไดแอสโตลิก (DBP) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) และมีค่าเฉลี่ยความดันโลหิตต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) นอกจากนี้ คะแนนแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคโซเดียมดีขึ้นกว่าก่อนทดลองและดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001)

สรุปและข้อเสนอแนะ: โปรแกรมที่บูรณาการการมีส่วนร่วมของชุมชนมีความสามารถในการดัดแปลงพฤติกรรมและลดระดับความดันโลหิตได้อย่างเป็นรูปธรรม มีข้อเสนอแนะให้นำรูปแบบ "ครัวสาธิต" ไปขยายผลเป็นมาตรฐานการบริการเชิงรุกในสถานพยาบาลต่อไป

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Hypertension. Geneva: World Health Organization; 2021.

วิชัย เอกพลากร, หทัยชนก พรรคเจริญ, วราภรณ์ เสถียรนพเก้า. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; 2564.

กรมควบคุมโรค. แนวทางการดำเนินงานลดการบริโภคเกลือและโซเดียมระดับจังหวัด. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.

Rosenstock I M. Historical origins of the health belief model. Health Education Monographs. 1974;2(4):328-35.

Cohen J M, Uphoff N T. Rural development participation: Concepts and measures for project design, implementation and evaluation. Ithaca (NY): Rural Development Committee, Cornell University; 1980.

กาญจนาภรณ์ ไกรนรา. ผลของโปรแกรมกระตุ้นการรับรสต่อปริมาณการบริโภคโซเดียมและระดับความดันโลหิตของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง. วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. 2565;7(3):83-94.

ยุภาพร ทรงศรี, ชลการ ทรงศรี, จตุฤทธิ์ พรมศาลา. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อลดเกลือโซเดียมในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จังหวัดอุดรธานี. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567;9(4):307-17.

สุปราณี เมืองโคตร, สำราญ พูลทอง. การพัฒนารูปแบบลดการบริโภคเค็มโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน กรณีศึกษา: บ้านร่วมใจ ตำบลปทุม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี. 2566;21(1):1-15.

ชดชนก พริ้งเพราะ. การพัฒนารูปแบบการลดบริโภคเค็มในกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง ตำบลแคน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2568;10(3):257-66.

วรรณพร บุญเปล่ง, ดาริณ โพธิ์แก้ว, ชรินรัตน์ ศิริทวี. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการบริโภคอาหารโซเดียมต่ำโดยใช้แรงสนับสนุนทางสังคมต่อความรู้ พฤติกรรมการบริโภคโซเดียม และระดับความดันโลหิต ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงในระดับที่ควบคุมไม่ได้. ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุรินทร์. 2568;15(2):137-51.

กฤติยา พิพัฒน์ผล. ผลของการใช้นวัตกรรมวงล้อพิชิตเค็ม ต่อระดับความรู้ ระดับความเค็มในอาหารและระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. มหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร. 2567;7(2):55-67.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-18

รูปแบบการอ้างอิง

1.
เสริฐศรี จ. ประสิทธิผลของโปรแกรม "ครัวทุ่งมน ลดเค็ม ลดเสี่ยง" โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการควบคุมความดันโลหิตของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งมน อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม. J Res Health Inno Dev [อินเทอร์เน็ต]. 18 เมษายน 2026 [อ้างถึง 27 เมษายน 2026];7(เพิ่มเติม 1):258-69. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/287799

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นนิพนธ์