การพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน โรงพยาบาลโพนทอง

ผู้แต่ง

  • พิทักษ์ โสนะชัย โรงพยาบาลโพนทอง

คำสำคัญ:

ระบบการดูแลระยะยาว, ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง, การมีส่วนร่วม, นวัตกรรมสุขภาพ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสภาพปัญหา พัฒนาระบบ และประเมินผลระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน โรงพยาบาลโพนทอง 

รูปแบบการวิจัย : การวิจัยและพัฒนา (Research and development) 

วัสดุและวิธีการวิจัย: ผู้ให้ข้อมูลสำคัญเป็นคณะทำงานพัฒนาระบบการดูแลระยะยาว สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง 15 คน กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง 66 คน ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Smart Care giver: Smart CG) 80 คน การดำเนินการวิจัยแบ่งระยะการศึกษาสภาพปัญหา ระยะพัฒนา และระยะประเมินผลการระบบ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 - กันยายน 2568 โดยใช้แบบทดสอบ แบบประเมิน และแนวคำถามสำหรับการสนทนากลุ่ม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบสัดส่วนโดยใช้ Percentage differences

ผลการวิจัย :  (1) สภาวการณ์ดูแลระยะยาวในพื้นที่เผชิญกับ "อุปสรรคเชิงโครงสร้าง" ที่ส่งผลโดยตรงต่อความล้มเหลวในการส่งต่อการบริบาลอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งถูกช้ำเติมด้วย "แรงกดดันทางเศรษฐศาสตร์คลินิก" และข้อจำกัดด้านสถาปัตยกรรมเชิงพื้นที่ที่ไม่สอดคล้องกับข้อจำกัดทางกายภาพของผู้สูงอายุ ส่วนมิติทางสังคม เกิดจากพลวัตประชากรจากการย้ายถิ่นของวัยแรงงานได้เร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ "ครัวเรือนข้ามรุ่น"อันเป็นปัจจัยต้นน้ำที่ก่อให้เกิดภาวะ Caregiver Burnout และ เกิด"ช่องว่างเชิงปฏิบัติ" (Practical Gap) หรือขาดบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคีเครือข่าย ส่งผลให้กลไกการดูแลระดับพื้นที่ขาดความเป็นรูปธรรมและประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อปัญหาที่มีความซับซ้อนในปัจจุบัน (2) ระบบการดูแลระยะยาวของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงประกอบด้วยกิจกรรมการประเมินและคัดกรอง การใช้กลไกเพื่อนช่วยเพื่อน (Identification) การจัดทำแผนดูแลรายบุคคล (Care Mapping & Planning) และการจัดการสภาพแวดล้อม (Environmental Modification) และ (3) ผลการประเมินระบบฯ พบว่า ผู้ดูแลผู้สูงอายุในกลุ่มทดลองมีการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความรู้ระดับสูงเพิ่มขึ้นถึง 66.7% และความรู้ระดับปานกลางเพิ่มขึ้น 40.0% ในขณะที่สัดส่วนของผู้ที่มีความรู้ระดับต่ำในกลุ่มทดลองลดลงอย่างมากถึง 85.7%; กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยทักษะการปฏิบัติงานสูงกว่ากลุ่มควบคุบคุมอย่างชัดเจนในทุกรายการ และผู้สูงอายุในกลุ่มทดลองมีพัฒนาการทางด้านสุขภาพที่ดีกว่ากลุ่มควบคุม โดยกลุ่มทดลองมีสัดส่วนของผู้สูงอายุในกลุ่มไม่ต้องพึ่งพา (ADL 12-20) เพิ่มขึ้นสูงถึง 26.1% ขณะที่กลุ่มควบคุมมีเพียง 10.0%

สรุปและข้อเสนอแนะ : ผลการวิจัยครั้งนี้ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ และทักษะการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงเพิ่มขึ้น และส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายมีความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น

เอกสารอ้างอิง

สมชาย รักไทย. รายงานการสำรวจภาวะทางสังคมและจิตใจของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ภาคอีสานตอนกลาง. ร้อยเอ็ด: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด; 2562.

นงลักษณ์ สุขสบาย. รูปแบบการจัดบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในอำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2564;14(2):45-58.

วิชัย มีประเสริฐ. การประเมินสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุชนบท. ขอนแก่น: คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2565.

กัญญารัตน์ บุญมา. พฤติกรรมการใช้สื่อดิจิทัลและการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุในเขตอำเภอโพนทอง. วารสารวิชาการสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. 2566;9(1):112-25.

ศิริพันธุ์ สาสัตย์. การพยาบาลผู้สูงอายุ: แนวคิดและระบบการดูแล. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2562.

นงลักษณ์ พะไกยะ. ความต้องการกำลังคนด้านสุขภาพในการดูแลผู้สูงอายุ. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2563.

สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย. คู่มือแนวทางการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุหลักสูตร 70 ชั่วโมง. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2556.

Jitapunkul S, Kamolratanakul P, Chandraprasert S, S Bunnag. Disability Among Thai Elderly Living in Klong Toey Shum. J Med Assoc Thai. 1994;77:231-8.

Giebel C, Lord K, Hanna K, Cannon J, Tetlow H, Butchard S, et al. Barriers to accessing and continuing to access social care in dementia: the perspectives of people living with dementia and unpaid carers. Int J Geriatr Psychiatry. 2020;35(5):509-16.

Iwarsson S, Schmidt S M, Slaug B. Housing accessibility and professional home care services in the aging population: long-term trends and associations. J Aging Environ. 2022;36(1):15-32.

Hansen A S, Smith G A. Title of the Research Article. Journal Name. 2021;15(3):123-30.

วิราณี เสนศรี, นวนนท์ จันทน์รดา, วรเดช ช้างแก้ว. ผลของภาระการดูแลและแรงสนับสนุนทางสังคมต่อภาวะสุขภาพจิตของผู้ดูแลผู้สูงอายุในครัวเรือนข้ามรุ่น: การศึกษาเชิงพรรณนา. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 2564;35(2):45-60.

Leutz W, Kodner D, Miller E. Why integrated care for older people with complex needs is so hard to achieve: a 20-year retrospective and future outlook. Int J Integr Care. 2023;23(2):1-14.

Chen X, Mao G, Leng S X. Frailty syndrome: an overview. Clin Interv Aging. 2020;15:1501-15.

Sun S, Cao W, Cui Z, Qu Z. Challenges and barriers to the implementation of geriatric screening in primary care: a systematic review. BMC Geriatr. 2022;22(1):412.

นงลักษณ์ พิทักษ์, ณัฐวรรณ นามแสงบุญ, อภิรักษ์ วรพงศ์. รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงโดยใช้กลไกเพื่อนช่วยเพื่อนในชุมชนเขตเมือง. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2565;16(3):342-58.

Cheng H, Li G, Guan S, Fu Y. Impact of a structured caregiver training program on the health outcomes of palliative care patients and their caregivers: a randomized controlled trial. Int J Nurs Stud. 2020;102:103463.

ขนิษฐา นาคะโชติ, ปรัชญาพงษ์เพชร, อรพินท์ รัตนนิธิ. ความคงอยู่ของทักษะการดูแลผู้สูงอายุติดเตียงของอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นภายหลังการอบรม 6 เดือน. วารสารวิจัยสุขภาพและพยาบาล. 2564;37(1):112-25.

Kilaberia T R, Aycock D M, Lewis M. Simulation-based learning for informal caregivers of older adults: a scoping review of literature and practice. Gerontologist. 2022;62(5):e284-95.

Wang J, Lloyd-Sherlock P, Seeley J, Mugisha J. The link between caregiver knowledge, skills, and the wellbeing of older care-recipients: a longitudinal analysis in low-and middle-income countries. Health Policy Plan. 2023;38(4):456-68.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

เผยแพร่ 2026-03-20 — ปรับปรุง 2026-03-28

เวอร์ชัน

รูปแบบการอ้างอิง

1.
โสนะชัย พ. การพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน โรงพยาบาลโพนทอง . J Res Health Inno Dev [อินเทอร์เน็ต]. 28 มีนาคม 2026 [อ้างถึง 3 เมษายน 2026];7(เพิ่มเติม 1):105-20. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/287044

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นนิพนธ์