การพัฒนาโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผู้สูงอายุที่มีประวัติเชื้อดื้อยาในเขตรับผิดชอบ ของโรงพยาบาลหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, เชื้อดื้อยา, ผู้สูงอายุ, การดูแลตนเอง, คุณภาพชีวิตบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อดื้อยา การรับรู้ความสามารถของตนเอง แรงสนับสนุนทางสังคม คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา ภายในและระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ ก่อนและหลังการทดลอง
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) รูปแบบ Two Group Pretest-Posttest Design
วัสดุและวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุที่มีประวัติเชื้อดื้อยา อายุ 60-79 ปี แบ่งเป็น กลุ่มทดลอง (โรงพยาบาลหนองพอก) จำนวน 35 คน ได้รับโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และกลุ่มเปรียบเทียบ (โรงพยาบาลโพนทอง) จำนวน 35 คน โปรแกรมประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 4 ส่วน ได้แก่ การให้ความรู้ การออกกำลังกาย การปรับปรุงสิ่งแวดล้อม และการฝึกปฏิบัติการดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Paired t-test และ Independent t-test
ผลการวิจัย: โดยการเปรียบเทียบผลต่างคะแนนเฉลี่ยของคะแนนความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อดื้อยา การรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันการติดเชื้อ แรงสนับสนุนทางสังคม คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา ภายในและระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลอง พบว่า หลังการทดลองกลุ่มทดลองมีผลต่างคะแนนเฉลี่ยของความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อดื้อยา การรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันการติดเชื้อ แรงสนับสนุนทางสังคม คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา สูงกว่าก่อนทดลองและสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p<.001)
สรุปและข้อเสนอแนะ: โปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผู้สูงอายุที่มีประวัติเชื้อดื้อยา มีประสิทธิผลสูง ในการพัฒนาความรู้ ความสามารถตนเอง แรงสนับสนุนทางสังคม คุณภาพชีวิต และพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา ควรมีการขยายผลโปรแกรมนี้เพื่อส่งเสริมสุขภาพและลดการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในกลุ่มผู้สูงอายุต่อไป
เอกสารอ้างอิง
จุฬาพร ขำดี. ความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลศรีประจันต์. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี. 2567;7(1):113-30.
ปัทมา ชัยชุมภู. ประสิทธิผลของกระบวนการพยาบาลเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยา โรงพยาบาลแม่สาย. วารสารสาธารณสุขแพร่เพื่อการพัฒนา. 2564;1(1):47-63.
ดวงแก้ว อังกูรสิทธิ์. การประเมินผลการพัฒนางานด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในโรงพยาบาลเอกชน จังหวัดสมุทรสาคร. วารสารเภสัชกรรมสาธารณสุข. 2566;3(2):75-88.
กรมควบคุมโรค. แนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
ศรายุทธ ชูสุทน. การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เทศบาลตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม [วิทยานิพนธ์]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2564.
ประภาวดี เวชพันธ์, อรอุมา โชติมโนธรรม, สิริพงษ์ แทนไธสง, สุภาพรณ์ ตัณฑ์สุระ. ผลของโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ โรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2566;3(2):76-87.
อัษฎางค์ สุทนต์. ผลของการปฏิบัติด้วยวิธีผสมผสานเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามแนวทางป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาลอ่างทอง. วารสารวิชาการสำนักสาธารณสุขมหาสารคาม. 2565;6(12):70-80.
นุชจรี พันธุ์โยศรี, เพิ่มพูน ศิริกิจ, พชรวรรณ คูสกุลรัตน์, นุชนาถ บุญมาศ, นิศมา แสนศรี. การพัฒนารูปแบบการจัดบริการพยาบาลเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ โรงพยาบาลมหาสารคามและเครือข่ายบริการ. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2567;21(พิเศษ):186-99.
Schramm L, Byrne M K, Sweetnam T. Antibiotic Misuse Behaviours of Older People: Confirmation of the Factor Structure of the Antibiotic Use Questionnaire. Antibiotics. 2023;12(4):718.
AlRawashdeh M M, Ishak A, Al-Bunnia A, Agouridis A P, Lytras T, Spernovasilis N, et al. Patient Experiences and Perceptions with Infections Due to Multidrug-Resistant Organisms: A Systematic Review. Pathogens. 2024; 13(9):817.
Gillitzer V, Rath A, Caplunik-Pratsch A, Däumling S, Schneider-Brachert W, Gaube S. Counselling Sessions for Patients in Contact Isolation Due to MDROs Improve Informedness and Reduce Dissatisfaction. Journal of Hospital Infection. 2024;53-59.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง