ผลการพัฒนาระบบ Antimicrobial Stewardship Program (ASP) ในโรงพยาบาลนครพิงค์
คำสำคัญ:
DDD, ASP, ยาต้านจุลชีพ, มูลค่ายา, พัฒนาระบบบทคัดย่อ
ประเทศไทยได้ขับเคลื่อน“ยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564” เป็นนโยบายโดยมี AntimicrobialStewardship Program (ASP) เป็นมาตรการหนึ่ง โรงพยาบาลนครพิงค์พบอัตราการส่งใบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อเพียงร้อยละ 19.56 ดังนั้นเภสัชกรจึงต้องการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของการพัฒนาระบบ ASP ต่ออัตราความร่วมมือการส่งใบปรึกษายาต้านจุลชีพและค่าบริโภคการใช้ยาต้านจุลชีพ
วิธีการศึกษา:การศึกษาย้อนหลังเชิงวิเคราะห์จากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และใบขอปรึกษายาต้านจุลชีพ (Antibiotic Order Form; ABO) เฉพาะผู้ป่วยในที่เข้ารับการรักษา ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึง 31ธันวาคม 2562 โดยพิจารณามูลค่ายาต้านจุลชีพ ค่าบริโภคยาต้านจุลชีพ (Defined Daily Dose; DDD) และวิเคราะห์ผลของการพัฒนาระบบต่อค่า DDD โดยเฉพาะคือของยากลุ่ม carbapenem และกลุ่มที่ไม่ใช่ carbapenem ด้วยสถิติ multilevel mixed effect model
ผลการศึกษา:พบอัตราการส่งใบ ABO เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.65 ปี 2560 เป็นร้อยละ 44.93 ในปี 2561 และร้อยละ 46.32 ในปี 2562 มูลค่าการใช้ยากลุ่มเป้าหมายลดลงระหว่างปีงบประมาณ 2559-2562 ในหน่วยล้านบาทคือ 19.7, 17.5,16.4 และ 15.7 ตามลำดับ มีผลกระทบต่อค่า DDD โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบระหว่างยากลุ่ม carbapenem กับกลุ่มที่ไม่ใช่ carbapenem ค่า DDD แต่ละรายการลดลง 0.277 [95%CI (-0.46)-(-0.10)], p=0.002 ในระยะเวลา 42 เดือน ปีงบประมาณ 2562 วิเคราะห์ใบ ABO จำนวน 1,815 ครั้ง แพทย์เห็นด้วยกับคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 1,646 ครั้ง (ร้อยละ90.69)
สรุป การพัฒนาระบบ ASP โดยเภสัชกรร่วมเตรียมความพร้อมของใบ ABO ทำให้อัตราการส่งใบABO เพิ่มขึ้น มูลค่าการใช้ยาต้านจุลชีพลดลงและค่า DDD ยากลุ่มเป้าหมายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
เอกสารอ้างอิง
สุณิชา ชานวาทิก, อังคณา เลขะกุล, วุฒิพันธ์ วงษ์มงคล, วลัยพร พัชรนฤมล, อภิชาต ธัญญาหาร, วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร. สถานการณ์การใช้ยาต้านจุลชีพและความรู้เรื่องยาต้านจุลชีพ ข้อมูลจาการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ พ.ศ.2560. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข.2561; (3): 421-436.
Pena C, Suarez C, Gozalo M, Murillas J, Almirante B, Pomar V, et al. Prospective multicenter study of the impact of carbapenem resistance on mortality in Pseudomonas aeruginosa bloodstream infections. Antimicrob Agents Chemother. 2012;56(3):1265-72.
ภูมาศ ภาณุมาศ, วิษณุ ธรรมลิขิตกุล, ภูษิต ประคองสาย, ตวงรัตน์ โพธะ, อาทร ริ้วไพบูลย์, สุพล ลิมวัฒนานนท์. ผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐศาสตร์จากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย : การศึกษาเบื้องต้น. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2555;6(3):352-60.
งานควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ. รายงานสรุปสถานการณ์ติดเชื้อดื้อยาที่ควบคุมพิเศษ แผนกศัลยกรรม 2561. เชียงใหม่: โรงพยาบาลนครพิงค์; 2561.
พรพิมล จันทร์คุณาภาส, ไพรำ บุญญะฤทธิ์, นุชน้อย ประภาโส, วรนัดดา ศรีสุพรรณ, ไพทิพย์ เหลืองเรืองรอง. แนวทางการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาล. พิมพ์ครั้งที่1.นนทบุรี: กลุ่มงานพัฒนาระบบสนับสนุนบริการ สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2559.
วิชัย สันติมาลีวรกุล, ปานรดา นวลโสภาภณ. การทบทวนการวัดผลลัพธ์การดำเนินงานของระบบสนับสนุนการใช้ยาต้านจุลชีพสมเหตุผล. วารสารเภสัชกรรมไทย. 2563;12(2):411-20.
มรกต อนันต์วัฒนกิจ. ผลของ Antimicrobial Stewardship Program ต่อความเหมาะสมของการใช้ยาต้านจุลชีพ [วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตร์มหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
อรวรรณ โอษฐิเวช. ความชุกของเชื้อ Carbapenem Resistant Enterobacteriaceae ในโรงพยาบาลมุกดาหาร. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. 2563;16(2):47-56.
นฤมล ธูปสมพงศ์, ชมพิศ ศิริวงศ์. การประเมินการใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Restricted Antibiotics แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลพังงา. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11. 2558;29(4):621-23.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องบทความในวารสารวิชาการและวิจัยเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลนครพิงค์ และบุคลากรท่านอื่นๆในโรงพยาบาลฯ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับบทความแต่ละเรื่องผู้เขียนจะรับผิดชอบของตนเองแต่ละท่าน
