การพัฒนาโปรแกรมการให้คำแนะนำโดยใช้สื่อมัลติมีเดียเพื่อส่งเสริม การดูแลตนเองที่บ้านในผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก โรงพยาบาลหนองบัวแดง

ผู้แต่ง

  • ณัฐพล พลเทพ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  • ยุวดี บุญเนาว์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

คำสำคัญ:

โปรแกรมการให้คำแนะนำ, สื่อมัลติมีเดีย, การดูแลตนเอง, ผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก

บทคัดย่อ

ความเป็นมา: การผ่าตัดต้อกระจกเป็นหัตถการที่พบบ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ การดูแลตนเองที่บ้านอย่างถูกต้อง จึงสำคัญต่อการป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ทว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ในพื้นที่ชนบทมีข้อจำกัดด้านการรับรู้และจดจำคำแนะนำด้วยวาจา การวิจัยนี้จึงพัฒนาโปรแกรมคำแนะนำผ่านสื่อมัลติมีเดียเพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองที่บ้านของผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก พร้อมประเมินคุณภาพและประสิทธิผลของโปรแกรมต่อความรู้ พฤติกรรมการดูแลตนเอง ความพึงพอใจ และการเกิดภาวะแทรกซ้อนใน 30 วันหลังผ่าตัด

วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยและพัฒนาแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 พัฒนาโปรแกรมและประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ระยะที่ 2 ประเมินประสิทธิผลด้วยการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อน-หลัง  กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกที่โรงพยาบาลหนองบัวแดง 60 ราย คัดเลือกแบบเจาะจง แบ่งเป็น กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 30 ราย ตามช่วงเวลาเก็บข้อมูลเพื่อป้องกันการปนเปื้อน เครื่องมือประกอบด้วย โปรแกรมการให้คำแนะนำโดยใช้สื่อมัลติมีเดีย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบทดสอบความรู้ (KR-20=.78) แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง (สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค=.86) และแบบประเมินความพึงพอใจ (สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค=.91) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา paired t-test independent t-test

ผลการวิจัย: โปรแกรมประกอบด้วยวีดิทัศน์ให้คำแนะนำความยาว 10–15 นาที คู่มือมัลติมีเดีย แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ช่องทางปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ และการติดตามผู้ป่วยในวันที่ 3, 7, 14 และ 30 หลังผ่าตัด ก่อนการทดลอง ทั้งสองกลุ่มมีคะแนนความรู้ (M = 7.50 และ 7.27) และคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเอง (M = 2.98 และ 2.86) ใกล้เคียงกัน หลังการทดลอง (วันที่ 30 หลังผ่าตัด) กลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้ (M = 13.10, SD = 1.06) และพฤติกรรมการดูแลตนเอง (M = 4.96, SD = 0.11) สูงกว่ากลุ่มควบคุม (M = 10.20, SD = 1.99 และ M = 3.75, SD = 1.27 ตามลำดับ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ความพึงพอใจต่อโปรแกรมอยู่ในระดับมากที่สุด และไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในทั้งสองกลุ่ม

สรุป: โปรแกรมการให้คำแนะนำโดยใช้สื่อมัลติมีเดียมีแนวโน้มช่วยเพิ่มความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเอง รวมทั้งสร้างความพึงพอใจในผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก และอาจประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการให้คำแนะนำผู้ป่วยในโรงพยาบาลชุมชน

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. World report on vision. Geneva: World Health Organization; 2019.

Chaisiri P, Vincent JE, Jenchitr W, Yospaiboon Y. Prevalence of eye diseases of the elderly in university eye clinic. J Med Assoc Thai 2024;107:309-15.

Maharana PK, Chhablani JK, Das TP, Kumar A, Sharma N. All India Ophthalmological Society members survey results: Cataract surgery antibiotic prophylaxis current practice pattern 2017. Indian J Ophthalmol 2018;66:820-4. doi:10.4103/ijo.IJO_1336_17.

Garg P, Roy A, Sharma S. Endophthalmitis after cataract surgery: epidemiology, risk factors, and evidence on protection. Curr Opin Ophthalmol 2017;28:67-72.

Kim SJ, Schoenberger SD, Thorne JE, Ehlers JP, Yeh S, Bakri SJ. Topical nonsteroidal anti-inflammatory drugs and cataract surgery: a report by the American Academy of Ophthalmology. Ophthalmology 2015;122:2159-68. doi:10.1016/j.ophtha.2015.05.014.

Bandello F, Coassin M, Di Zazzo A, Rizzo S, Biagini I, Pozdeyeva N, et al. One week of levofloxacin plus dexamethasone eye drops for cataract surgery: an innovative and rational therapeutic strategy. Eye (Lond) 2020;34:2112-22. doi:10.1038/s41433-020-0869-1.

Farwana R, Sheriff A, Manzar H, Farwana M, Yusuf A, Sheriff I. Watch this space: a systematic review of the use of video-based media as a patient education tool in ophthalmology. Eye (Lond) 2020;34:1563-9. doi: 10.1038/s41433-020-0798-z.

Mayer RE. Multimedia learning. 3rd ed. Cambridge (UK): Cambridge University Press; 2020.

Ciciriello S, Johnston RV, Osborne RH, Wicks I, deKroo T, Clerehan R, et al. Multimedia educational interventions for consumers about prescribed and over-the-counter medications. Cochrane Database Syst Rev 2013;(4):CD008416. doi: 10.1002/14651858.CD008416.pub2

Orem DE, Taylor SG, Renpenning KM. Nursing concepts of practice. 6th ed. St. Louis: Mosby; 2001.

Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.

อรุณรัตน์ รอดเชื้อ. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองต่อความรู้และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก โรงพยาบาลราชวิถี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ 2555;28:1-12.

พรทิพย์ บุญญานุพงศ์. ผลการให้ข้อมูลโดยใช้สื่อวีดีทัศน์เตรียมความพร้อมผ่าตัดต้อกระจกต่อความรู้และความพึงพอใจของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก โรงพยาบาลทุ่งสง. มหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร. 2565;6:66-77.

Knowles MS, Holton EF III, Swanson RA, Robinson PA. The adult learner: the definitive classic in adult education and human resource development. 9th ed. Abingdon (UK); New York (NY): Routledge; 2020.

อังคณา อัศวบุญญาเดช, ดุจดาว ศุภจิตกุลชัย, วริศนันท์ ปุรณะวิทย์. ผลการสอนสุขศึกษาโดยใช้สื่อวีดิทัศน์เรื่องการปฏิบัติตัวหลังทำผ่าตัดต้อกระจกให้กับผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก. บูรพาเวชสาร 2565;9:13-27

Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: W.H. Freeman; 1997.

Lim ZW, Chee ML, Soh ZD, Cheung N, Dai W, Sahil T, et al. Association between visual impairment and decline in cognitive function in a multiethnic Asian population. JAMA Netw Open 2020;3:e203560. doi: 10.1001/jamanetworkopen.2020.3560.

American Academy of Ophthalmology. Cataract in the Adult Eye Preferred Practice Pattern®. San Francisco (CA): American Academy of Ophthalmology; 2021.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-29

รูปแบบการอ้างอิง

1.
พลเทพ ณ, บุญเนาว์ ย. การพัฒนาโปรแกรมการให้คำแนะนำโดยใช้สื่อมัลติมีเดียเพื่อส่งเสริม การดูแลตนเองที่บ้านในผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก โรงพยาบาลหนองบัวแดง. J Health Sci BCNSP [อินเทอร์เน็ต]. 29 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 7 กันยายน 2026];10(2):e288674 . available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/article/view/288674

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย