ผลของการพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด โรงพยาบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐม
คำสำคัญ:
เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด, วางแผนการจำหน่าย, ความรู้การปฏิบัติตัวบทคัดย่อ
ความเป็นมา: การคลอดก่อนกำหนดส่งผลต่อภาวะสุขภาพของทารกและบุคคลในครอบครัว การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับคุณภาพบริการพยาบาล การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของรูปแบบ การวางแผนจำหน่ายสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด โรงพยาบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐม ที่มีผลต่อการเพิ่มความรู้และความพึงพอใจของสตรีตั้งครรภ์
วิธีดําเนินการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลองรูปแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง ณ โรงพยาบาลนครปฐม กลุ่มตัวอย่างคือ สตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด จํานวน 52 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 26 คน เครื่องมือวิจัยได้แก่ รูปแบบการวางแผนจำหน่ายสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด แบบประเมินความรู้ และความพึงพอใจ มีความตรงเชิงเนื้อหาค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.67-1.00 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา สถิติทดสอบใช้ Risk ratio, Chi-square test, Wilcoxon signed rank test
ผลการวิจัย: พบว่า สัดส่วนของผู้ที่มีคะแนนความรู้เพิ่มขึ้นหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง 100.00% และกลุ่มควบคุม 84.62% โดยค่า risk ratio เท่ากับ 1.18 (95% CI = 1.003–1.392; p = .045) ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ทั้งนี้ คะแนนความรู้ภายหลังการทดลองของทั้งสองกลุ่มเพิ่มขึ้นจากก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ขณะที่ระดับความพึงพอใจหลังการทดลองทั้ง 2 กลุ่มแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีค่า Cramer's V เท่ากับ .58; p < .001 (p < .05) โดยค่ามัธยฐาน คะแนนความพึงพอใจของกลุ่มทดลอง (4.0) สูงกว่ากลุ่มควบคุม (3.1)
สรุป: รูปแบบการวางแผนจำหน่ายสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด มีสัดส่วนผู้ที่มีคะแนนความรู้เพิ่มขึ้นและระดับความพึงพอใจสูงกว่าการดูแลตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Preterm birth. Geneva: World Health Organization; 2023.
Wang Z, editor. Global women’s health. London: IntechOpen; 2021. doi: 10.5772/intechopen.92947.
Anumba DO, Jayasooriya SM, editors. Evidence based global health manual for preterm birth risk assessment. Cham: Springer International Publishing; 2022. doi: 10.1007/978-3-031-04462-5.
Ohuma EO, Moller AB, Bradley E, Chakwera S, Hussain-Alkhateeb L, Lewin A, et al. National, regional, and global estimates of preterm birth in 2020, with trends from 2010: a systematic analysis. Lancet 2023;402:1261-71. doi: 10.1016/S0140-6736(23)00878-4.
Liu L, Oza S, Hogan D, Perin J, Rudan I, Lawn JE, et al. Global, regional, and national causes of child mortality in 2000-13, with projections to 2030: a systematic analysis. Lancet 2015;385:430-40.
ฐานข้อมูล Health Data Center (HDC). สถิติการคลอดก่อนกำหนด [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 20 ก.พ. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/
ลัดดาวัลย์ เทวินทรภักติ. การพัฒนารูปแบบการป้องกันและเฝ้าระวังการคลอดก่อนกำหนดโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายบริการสุขภาพระดับอำเภอ อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่. วารสารการสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) 2567;39:71-82.
รัชนี นาคกลัด, ชัญญานุช ชัยช่วย. ปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดในสตรีตั้งครรภ์ โรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารพยาบาลศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2567;18:88-100.
ธิติมา อาจิมาคุล, ทิพวรรณ เลียบสื่อตระกูล. อุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย. วารสารสูตินรีเวชวิทยาไทย 2564;29:100-11.
บังอร ล้อมไทยสง. การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายสำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารพยาบาลศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2566;3:431-42.
สุกัญญา มกกงไผ่. ปัจจัยที่มีผลต่อการคลอดก่อนกำหนดของสตรีตั้งครรภ์ โรงพยาบาลอรัญประเทศ. วารสารโรงพยาบาลพุทธโสธร 2567;40:E1-13.
Huey FL. Working with the family to help the patient. Am J Nurs 1986;86:671-6.
Meleis AI. Transitions theory: Middle-range and situation-specific theories in nursing research and practice. New York: Springer Publishing Company; 2010.
กองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2539.
สุพัตรา เจนวิถี. ปัจจัยเสี่ยงที่เหมาะสมในการคัดกรองภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2560;26:1042-51.
Knowles MS. The adult learner: a neglected species. Houston: Gulf Publishing; 1980.
Gibson CH. A concept analysis of empowerment. J Adv Nurs 1991;16:354-61.
Faul F, Erdfelder E, Buchner A, Lang AG. Statistical power analyses using G*Power 3.1: tests for correlation and regression analyses. Behav Res Methods 2009;41:1149-60. doi: 10.3758/BRM.41.4.1149
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
Haggerty JL, Reid RJ, Freeman GK, Starfield BH, Adair CE, McKendry R. Continuity of care: a multidisciplinary review. BMJ 2003;327:1219-21.
Atadağ Y, Aydın A, Kaya D, Öksüz A, Dilber Köşker H. Risk assessments, pregnancy and birth processes of pregnant women at primary health care center: a retrospective study. J Surg Med 2017;1:5-8. doi: 10.28982/josam.337609.
Abir G, Daniels K. Multidisciplinary Disaster Planning for Obstetrics. APSF Newsletter 2019;34:15-17.
Duc TN, Nguyen AT, Vinter CA, Rasch V, Gammeltoft TM, Nguyen CD, et al. Social support, self-care agency and self-care behaviors among pregnant women in Thai Binh, Vietnam: A cross-sectional analysis. Public Health Pract (Oxf) 2026;11:100782. doi: 10.1016/j.puhip.2026.100782.
Chia YYP, Ekladious A. Australian public hospital inpatient satisfaction related to early patient involvement and shared decision‐making in discharge planning. Intern Med J 2021;51:891-5. doi: 10.1111/imj.14872.
World Health Organization, United Nations Children’s Fund, United Nations Population Fund, Partnership for Maternal, Newborn and Child Health. Born too soon: decade of action on preterm birth [Internet]. 2023 [cited 2026 Sep 6]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789240073890.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในวิทยาลัยพยาบาลฯ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับบทความแต่ละเรื่องผู้เขียนจะรับผิดชอบของตนเอง
