ผลของเจลน้ำมันหอมระเหยมะกรูดร่วมกับการฝึกกิจกรรมสมาธิบำบัด SKT ต่อการลดความเครียดในนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม
คำสำคัญ:
เจลน้ำมันหอมระเหยมะกรูด, ความเครียด, นักศึกษาพยาบาล, สมาธิบำบัด SKTบทคัดย่อ
ความเป็นมา: ทั่วโลกหนึ่งในสี่ของประชากรเผชิญกับความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ในกลุ่มเยาวชนและคนวัยทำงานที่มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคต นักศึกษาพยาบาลประสบกับปัจจัยก่อความเครียดจากงานหลักสูตร การเรียนในห้องปฏิบัติการ และการฝึกปฏิบัติทางคลินิกในโรงพยาบาลซึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิต งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความเครียดของนักศึกษาพยาบาลระหว่างเจลน้ำมันหอมระเหยมะกรูดร่วมกับกิจกรรมทำสมาธิแบบ SKT กับเจลหลอกร่วมกับกิจกรรมทำสมาธิแบบ SKT
วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยแบบกึ่งทดลองนี้มีนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2 จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคามจำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง (n = 30) และกลุ่มควบคุม (n = 30) เครื่องมือวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) เครื่องมือทดลอง ประกอบด้วยเจลน้ำมันหอมระเหยมะกรูดและกิจกรรมทำสมาธิ SKT และ 2) เครื่องมือรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลพื้นฐาน แบบประเมินความเครียด ST-5 และ ST-20 และ Visual Analogue Scale (VAS) โดยค่าความเชื่อมั่น Cronbach’s alpha เท่ากับ .79, .75 และ .70 ตามลำดับ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติอ้างอิงใช้ independent samples t-test ระหว่างกลุ่ม และ paired samples t-test ภายในกลุ่มก่อนและหลังได้รับการแทรกแซง กำหนดระดับนัยสำคัญที่ p < .05
ผลการวิจัย: พบว่ากลุ่มทดลอง มีคะแนนความเครียดหลังการทดลองลดลงเท่ากับ 8.67 คะแนน โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 (t = 7.925, p < .001) เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนความเครียดหลังการทดลองต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ทั้งจากแบบประเมิน ST-20 (p < .001) และ VAS (p < .001) โดยกลุ่มทดลองมีค่าผลต่างของคะแนนความเครียดก่อนและหลังการทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป: การใช้เจลน้ำมันหอมระเหยมะกรูดร่วมกับการทำกิจกรรมฝึกสมาธิบำบัด SKT สามารถช่วยลดความเครียดในนักศึกษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization (WHO). International Health Regulation [Internet]. 2025 [cited 2025 Dec 7]. Available from: https://www.who.int/health-topics/international-health-regulations#tab=tab_1
เทอดศักดิ์ เดชคง, บรรณาธิการ. สนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสำหรับผู้ป่วย NCDs. กรุงเทพฯ: บียอนด์ พับลิสซิ่ง; 2560.
ชฎาพร คงเพ็ชร์, อารีย์ ยมกกุล, นภาพร เพชรศร, นันชพัฒน์ แก้วทอง, กรปภา วงษ์จันทรา. ความเครียดและการจัดการความเครียดของนักศึกษาพยาบาลในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต 2566;3:37-46.
Kamollimsakul S, von Bormann SM, Triamchaisri SK. Immediate mood changes and practice adherence during a self-directed SKT1 meditation program in university students: an intensive longitudinal study. PLoS One 2026;21:e0350556. doi: 10.1371/journal.pone.0350556.
ปฐมพร โพธิ์ถาวร, สาวิตรี วงคประดิษฐ์. ผลการปฏิบัติสมาธิด้วยการหายใจต่อการลดความเครียดขณะสอบปลายภาควิชาการพยาบาลมารดาทารกและการผดุงครรภ์1 ของนักศึกษาพยาบาล. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ 2559;39:67-74.
สืบตระกูล ตันตลานุกุล, ปราโมทธ์ วงศ์สวัสดิ์. ความเครียดและการจัดการความเครียดของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ 2560;9:81-92.
อันธิฌา สายบุญศรี, ศิริพร นันทเสนีย์ , อริยา ดีประเสริฐ. ผลของโปรแกรมกลุ่มบำบัดตามแนวคิดการปรับความคิดและพฤติกรรม ร่วมกับการฝึกสมาธิบำบัดต่อความเครียดในนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 ที่เรียนวิชาการสร้างเสริมสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล (วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ) 2565;38:281-92.
รุจิรา มะธิปิไข, สุภลักษณ์ โคตรชัย, กันย์ชิสา นาคเสน. การศึกษาผลของการสูดดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติและอารมณ์ความรู้สึก. วารสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ 2568;4:26-40.
ญาดา เรียมริมมะตัน, อรชุมา หนูน้อย, โปรดปราน ทาศิริ, อัษฎางค์ พลนอก, พงษ์ณุวัฒน์ สมบัติภูธร. ประสิทธิผลของเจลน้ำมันสมุนไพรต่อความเครียดและการผ่อนคลายในผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ 2565;23:110-122.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
Dutheil F, Pereira B, Moustafa F, Naughton G, Lesage FX, Lambert C. At-risk and intervention thresholds of occupational stress using a visual analogue scale. PLoS One. 2017;12:e0178948. doi: 10.1371/journal.pone.0178948.
Lesage FX, Berjot S. Validity of occupational stress assessment using a visual analogue scale. Occup Med (Lond). 2011;61:434-6. doi: 10.1093/occmed/kqr037.
จำเนียร คงประพันธ์, พัชรพรรณ เหมืองหม้อ, ขจรศรี ซ้อนมณี. ผลของสมาธิบำบัดแบบ SKT 1, 8 ต่อระดับความเจ็บปวดหลังผ่าตัดมดลูก/รังไข่ หอผู้ป่วยนรีเวชกรรม โรงพยาบาลแพร่. วารสารโรงพยาบาลแพร่ 2566;31:86-98.
González-Mas MC, Rambla JL, López-Gresa MP, Blázquez MA, Granell A. Volatile compounds in Citrus essential oils: a comprehensive review. Front Plant Sci. 2019;10:1-18. doi: 10.3389/fpls.2019.00012.
McEwen BS. Physiology and neurobiology of stress and adaptation: central role of the brain. Physiol Rev. 2007;87:873‑904. doi: 10.1152/physrev.00041.2006.
อ้อมบุญ วัลลิสุต. อโรมาเธอราพี [อินเทอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ 9 ม.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/225
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในวิทยาลัยพยาบาลฯ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับบทความแต่ละเรื่องผู้เขียนจะรับผิดชอบของตนเอง
