ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันการขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์

ผู้แต่ง

  • ชุติมาส อินทา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • ปัญญรัตน์ ลาภวงศ์วัฒนา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • สุพิศ ศิริอรุณรัตน์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการป้องกันการขาดสารไอโอดีน, ปัจจัยทำนาย, หญิงตั้งครรภ์

บทคัดย่อ

ความเป็นมา: ภาวะขาดสารไอโอดีนยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมีความต้องการไอโอดีนสูงกว่าประชากรทั่วไป แม้ประเทศไทยมีมาตรการเสริมและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แต่ในบางพื้นที่ยังพบระดับไอโอดีนในปัสสาวะต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด โดยเฉพาะ จังหวัดอุตรดิตถ์ จึงมีความจำเป็นในการส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันการขาดสารไอโอดีนและปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันการขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์

วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง ประชากร คือ หญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์อายุ 20 ปีขึ้นไป อายุครรภ์ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จำนวน 154 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป และแบบสอบถามที่พัฒนาตามกรอบแนวคิดทฤษฎีการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา และมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ระหว่าง .76-.90 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณแบบลดตัวแปร

ผลการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการขาดสารไอโอดีนในระดับสูง (M = 24.64, SD = 2.64) โดยความมุ่งมั่นในการปฏิบัติพฤติกรรม (β = .289, p < .01) อิทธิพลระหว่างบุคคล (β = .202, p < .05) และการรับรู้ความสามารถของตนเอง (β = .159, p < .05) สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการป้องกันการขาดสารไอโอดีนได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมได้ ร้อยละ 25.5 (R² = .255)

สรุป: ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติพฤติกรรม อิทธิพลระหว่างบุคคล และการรับรู้ความสามารถของตนเอง เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถทำนายพฤติกรรมการป้องกันการขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ ดังนั้น ควรนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการป้องกันการขาดสารไอโอดีนอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Iodine status worldwide: WHO global database on iodine deficiency. Geneva: World Health Organization; 2020.

Iodine Global Network. Annual report 2021: leading global action to eliminate brain damage due to iodine deficiency [Internet]. 2021 [cited 2026 Feb 20]. Available from: https://ign.org/app/uploads/2023/05/11560-IGN-Annual-Report-2021.pdf

Patriota ES, Lima IC, Nilson EA, Franceschini SC, Goncalves VS, Pizato N. Prevalence of insufficient iodine intake in pregnancy worldwide: a systematic review and meta-analysis. Eur J Clin Nutr 2022;76:703–15.

Bath SC. The effect of iodine deficiency during pregnancy on child development. Proc Nutr Soc 2019;78:150–60.

World Health Organization. Assessment of iodine deficiency disorders and monitoring their elimination: a guide for programme managers. 3rd ed. Geneva: World Health Organization; 2007.

Fan L, Bu Y, Chen S, Wang S, Zhang W, He Y, Sun D. Iodine nutritional status and its associations with thyroid function of pregnant women and neonatal TSH. Front Endocrinol (Lausanne) 2024;15:1394306.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานการดำเนินงานโครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน (กรกฎาคม พ.ศ. 2563 – กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565). กรุงเทพฯ: คิว แอดเวอร์ไทซิ่ง; 2565.

เปี่ยมนุกูล กระเสาร์, เพ็ญพรรณ ทองเงา, จารณี พึ่งโพธิ์สภ, วิยะดา เจริญศิริวัฒน์, หรรษา ไทยศรี, อาชวินทร์ โรจนวิวัฒน์. ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิดในทารกแรกเกิดใน 4 ภูมิภาคของประเทศไทย ช่วงปี พ.ศ. 2559 ถึง 2561. วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2564;63:259–74.

สุมาลี มีศิริพันธุ์. รูปแบบการป้องกันภาวะการขาดสารไอโอดีนของหญิงตั้งครรภ์ จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา 2563;5:161–71.

Pender NJ, Murdaugh CL, Parsons MA. Health promotion in nursing practice. 7th ed. Pearson; 2019.

กัลยา บัวบาน. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมป้องกันการขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ ณ โรงพยาบาลศูนย์แห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2561.

Thorndike RM. Correlational procedures for research. New York: Gardner Press; 1978.

Polit DF, Beck CT. Nursing research: generating and assessing evidence for nursing practice. 8th ed. Lippincott Williams & Wilkins; 2008.

รัตน์ศิริ ทาโต. การวิจัยทางพยาบาลศาสตร์: แนวคิดสู่การประยุกต์ใช้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2561.

Kiess HO, Green BA. Statistical concepts for the behavioral sciences. 4th ed. Boston: Allyn & Bacon; 2009.

สุพัตรา อินทรพาณิชย์, อัมพร มีศรี, นงลักษณ์ วงศ์สถิตย์. ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีไอโอดีนกับระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในหญิงตั้งครรภ์. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2562;41:45–56.

รานนท์ หาญมนตรี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคไอโอดีนของหญิงตั้งครรภ์ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี. วารสารการพยาบาลสุขภาพและการศึกษา 2562;2:16–25.

รัตนาภรณ์ ตามเที่ยงตรง, ศิริวรรณ แสงอินทร์, วรรณี เดียวอิศเรศ. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 2560;25:49–60.

อังสินี กันสุขเจริญ, ชณุตพร สมใจ. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ในจังหวัดสงขลา. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2566;33:112–25.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-28

รูปแบบการอ้างอิง

1.
อินทา ช, ลาภวงศ์วัฒนา ป, ศิริอรุณรัตน์ ส. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันการขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์. J Health Sci BCNSP [อินเทอร์เน็ต]. 28 พฤษภาคม 2026 [อ้างถึง 15 มิถุนายน 2026];10(2):e286932. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/article/view/286932

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย