ประสิทธิผลของโปรแกรมการโค้ชต่อพฤติกรรรมการป้องกันอาการกำเริบ ของโรคหอบหืดและระดับการควบคุมโรคในผู้ป่วยโรคหอบหืดที่ควบคุมอาการไม่ได้ หอผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี
คำสำคัญ:
โปรแกรมการโค้ช, พฤติกรรรมการป้องกันอาการกำเริบของโรค, ระดับการควบคุมโรค, โรคหอบหืดบทคัดย่อ
ความเป็นมา: โรคหอบหืดเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ โดยผู้ป่วยหลายรายไม่สามารถควบคุมอาการได้ แม้ได้รับการรักษาและให้ความรู้ เนื่องจากขาดทักษะการดูแลตนเอง ดังนั้นการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการโค้ชต่อพฤติกรรมการป้องกันการกำเริบและระดับการควบคุมโรคในผู้ป่วยโรคหอบหืด
วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลองแบบหนึ่งกลุ่มวัดซ้ำ มีผู้ป่วยโรคหอบหืด 30 คน จากคลินิกโรคหอบหืด หอผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี คัดเลือกตามเกณฑ์ คือ อายุ 40–60 ปี วินิจฉัย โรคหอบหืด ควบคุมโรคไม่ได้ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา และสมัครใจเข้าร่วม เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการโค้ช แบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันอาการกำเริบ (IOC = .98, α = .71) และแบบประเมินระดับการควบคุมโรค (IOC = 1.00, α = .75) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Repeated measure ANOVA และ Friedman Test
ผลการวิจัย: ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโปรแกรมการโค้ชมีคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการกำเริบเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญจากระยะก่อนการทดลอง (M = 85.00, SD = 11.21) ไปเป็น (M = 102.76, SD = 11.53) หลังการทดลอง และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะติดตามผล 3 เดือน (M = 110.86, SD = 4.68) (p < .001) ด้านการควบคุมโรค ก่อนการทดลองไม่พบผู้ป่วยที่ควบคุมโรคได้ แต่หลังการทดลองพบผู้ป่วยที่ควบคุมโรคได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.3 และในระยะติดตามผล 3 เดือน มีผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคได้จำนวน 20 คน (ร้อยละ 66.7) (p < .001)
สรุป: โปรแกรมการโค้ชมีประสิทธิผลในการส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันการกำเริบของโรคและช่วยให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดมีระดับการควบคุมโรคดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น โปรแกรมการโค้ชเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ ในการส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคหอบหืดเพื่อป้องกันการกำเริบของโรค
เอกสารอ้างอิง
Global Burden of Disease 2019 Diseases and Injuries Collaborators. Global burden of 369 diseases and injuries in 204 countries and territories, 1990–2019: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2019. Lancet 2020;396:1204–22.
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรคหอบหืดประเทศไทย ปี 2563. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2563.
วัชรา บุญสวัสดิ์. โรคหอบหืดในผู้ใหญ่. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2561.
อรพรรณ โพชนุกูล. โรคหอบหืดในเด็ก. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2567.
พนารัตน์ เมืองเจริญ. การพยาบาลผู้ป่วยโรคหอบหืด. วารสารพยาบาลโรคทรวงอกและเวชบำบัดวิกฤต 2566;31:45-56.
พรรณี ปรรคลักษ์, นฤมล ธีระรังสิกุล, ศิริยุพา สนั่นเรืองศักดิ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันอาการกำเริบของโรคหอบหืดในผู้ป่วยโรคหอบหืด. วารสารพยาบาลโรคทรวงอกและเวชบำบัดวิกฤต 2560;28:45-58.
วิมลัก ธารางกูร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมโรคหอบหืดของผู้ป่วยโรคหอบหืดในชุมชน. วารสารสาธารณสุขศาสตร์ 2567;54:112-24.
ศุภกานต์ บุญนำมา, ภานุวัฒน์ สร้อยทอง, ญาดา วิริยไกรกุล, ราม รังสินธุ์. ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมโรคหอบหืดของผู้ป่วยโรคหอบหืดในโรงพยาบาลชุมชน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2566;41:78-89.
ศุภานัน ทองทวีโภคิน. พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคหอบหืดในชุมชน. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2565;31:95-106.
รชยา ยิกุสังข์. การส่งเสริมความรู้และพฤติกรรมการควบคุมโรคหอบหืดของผู้ป่วยโรคหอบหืด. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2565;40:67-79.
Haas SA. Coaching: Developing key players. J Nurs Adm1992;23:54-8.
สุกัญญา พินหอม, ศิริยุพา สนั่นเรืองศักดิ์, นฤมล ธีระรังสิกุล. ผลของโปรแกรมการโค้ชต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2564;39:45-56.
วิมลรัตน์ แสงจันทร์, นฤมล ธีระรังสิกุล, พจนารถ สารพัด. ผลของโปรแกรมการโค้ชต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2566;41:78-89.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
ปิยาณี เรืองเดช. การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างและการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบในการวิจัยทางการพยาบาล. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2567;42:1-12.
สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย. แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทย สำหรับผู้ใหญ่และเด็ก พ.ศ. 2555. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์; 2555.
วรางคณา บุตรศรี, รัตนา บุญพา, ชาญณรงค์ สิงห์บรรณ. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2564;39:45-56.
สุนทรี มอญทวี, รัตน์ศิริ ทาโต. ผลของโปรแกรมการโค้ชมารดาต่อพฤติกรรมการดูแลทารกแรกเกิด. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2558;33:25-36.
Chung S, Lee J, Park H. Effects of health coaching on self-management and health behaviors among patients with chronic disease. J Clin Nurs 2025;34:210-20.
Hwang Y, Kim S, Park J. Health coaching intervention and behavioral change in patients with chronic illness: A randomized controlled trial. Int J Nurs Stud 2025;142:104521.
Seng J, Brown R, Smith K. The impact of health coaching on self-efficacy and clinical outcomes in chronic disease management. Patient Educ Couns 2025;118:45-52.
Global Initiative for Asthma. Global strategy for asthma management and prevention Update 2023 [Internet]. 2023 [cited 2026 Jun 8]. Available from: https://ginasthma.org/wp-content/uploads/2023/05/GINA-2023-Full-Report-2023-WMS.pdf
Molina Y, Banderas JW, St John J, Zhao H, Casillas A, Rodriguez HP, et al. Trusted messenger virtual asthma coaching intervention for adults with uncontrolled asthma: a pilot study. J Allergy Clin Immunol Pract 2024;12:561-9.
Fagnano M, Halterman JS, Conn KM, Shone LP, Wodi AP, Bailey LC. A randomized controlled trial of a parental asthma coaching intervention to improve asthma outcomes in children. Arch Pediatr Adolesc Med 2012;166:520-26. doi: 10.1001/archpediatrics.2011.2380.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในวิทยาลัยพยาบาลฯ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับบทความแต่ละเรื่องผู้เขียนจะรับผิดชอบของตนเอง
