ผลของโปรแกรมสร้างเสริมการรับรู้ภาวะสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
คำสำคัญ:
พฤติกรรมสุขภาพ, โรคหลอดเลือดสมอง, ความดันโลหิตสูง, การรับรู้ภาวะสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษากึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) แบบสองกลุ่ม วัดก่อนและหลัง (Two-group pretest-posttest design) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสร้างเสริมการรับรู้ภาวะสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 32 คน โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมสร้างเสริมการรับรู้ภาวะสุขภาพต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับ การดูแลตามปกติเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) โปรแกรมสร้างเสริมการรับรู้ภาวะสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ 2) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามข้อมูลสุขภาพ 3) แบบสอบถามพฤติกรรมในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญได้ดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ 1.0 และทดสอบความเที่ยงได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.92 และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบ t-test
ผลการวิจัย: พบว่า หลังได้รับโปรแกรมกลุ่มทดลองมีคะแนนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Mean = 4.26, S.D. = 0.58) เมื่อเทียบกับก่อนรับโปรแกรม (Mean = 2.95, S.D. = 1.02) และมากกว่ากลุ่มควบคุม (Mean = 2.84, S.D. = 0.36) โดยมีค่าความแตกต่างเฉลี่ย (Mean Difference) เท่ากับ 2.18 (p = .002) นอกจากนี้ระดับความดันโลหิตทั้งค่าความดันโลหิตช่วงบน (Systolic blood pressure : SBP) และความดันโลหิตช่วงล่าง (Diastolic blood pressure : DBP) ของกลุ่มทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สรุปได้ว่า โปรแกรมสร้างเสริมการรับรู้ภาวะสุขภาพสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และลดระดับค่าความดันโลหิตของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พยาบาลวิชาชีพหรือบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่ควบคุมไม่ได้ เพิ่มการรับรู้ความเสี่ยงของตนเองและปรับพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
World Stroke Organization. Leading global action on stroke. [Internet]. 2024 [cited 2024 Dec 1]. Available from: https://www.world-stroke.org/
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานประจำปี 2565 โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(E-Book/ PDF) [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 21 ธ.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/dncd/journal_detail.php?publish=13924
กระทรวงสาธารณสุข. ประชากร 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองและเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง 2564-2566 [อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 12 ธ.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/nbi/public/standard-report-detail/6833128a5d76a6afcae3e4a6af0e718c?subcatalogId=6966b0664b89805a484d7ac96c6edc48
กระทรวงสาธารณสุข. อัตราป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง 2564-2566 [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 12 ธ.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://medinfo.dms.go.th/public-health/kpi_reports.php?kpi_year=2566&id=1
สมบัติ มุ่งทวีพงษา. โรคหลอดเลือดสมองและประสาทวิทยาวิกฤต. พิมพ์ครั้งที่ 3. ปทุมธานี: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2563.
สถาบันประสาทวิิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสำหรับพยาบาลทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส; 2565.
World Health Organization. Hypertension [Internet]. 2021 [cited 2025 Jul 12]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/hypertension.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. แนวทางรักษาโรคความดันโลหิตสูง ในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ.2567 [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 12 มิ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://thaihypertension.org/2024-guideline/
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานประจำปี 2566. สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์: กรุงเทพฯ; 2567.
World Health Organization. Cardiovascular diseases (CVDs) [Internet]. Geneva: WHO; 2024 [cited 2024 Dec 20]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cardiovascular-diseases-(cvds)
Forouzanfar MH, Liu P, Roth GA, Ng M, Biryukov S, Marczak L, et al. Global burden of hypertension and systolic blood pressure of at least 110 to 115 mmHg, 1990-2015. JAMA 2017;317:165-82. doi:10.1001/jama.2016.19043.
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สพ.สธ. รายงานประจำปี 2567: โรคไม่ติดต่อ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
Williams B, Mancia G, Spiering W, Rosei EA, Azizi M, Burnier M, et al. 2018 ESC/ESH Guidelines for the management of arterial hypertension. Eur Heart J 2018;39:3021–104.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช. ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ขึ้นทะเบียนได้รับการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 20 ธ.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/atg/public/standard-report-detail/1759fcc16f41cc2eaa2d6a8421892d65
Rogers RW. A Protection Motivation Theory of Fear Appeals and Attitude Change1. J Psychol 1975;91:93-114. doi: 10.1080/00223980.1975.9915803
Rogers RW. Cognitive and physiological processes in fear appeals and attitude change: A revised theory of protection motivation. In: Cacioppo JT, Petty RE, editors. Social psychophysiology: A sourcebook. New York: Guilford; 1983. p.153-176.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช. ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ขึ้นทะเบียนได้รับการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด [อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 10 ม.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/nst/public/standard-subcatalog/b2b59e64c4e6c92d4b1ec16a599d882b.
ศิรินทรา ด้วงใส, ทิพมาส ชิณวงศ์. ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองตามแบบ 5 เอ ต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ 2564;41:74-85.
Best J. Research in education. 3rded. Englewood cliffs, New Jersey: Prentice-Hall; 1997
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กองโรคไม่ติดต่อ. สื่อมัลติมิเดีย. [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 21 ธ.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ddc.moph.go.th/dncd/publishvdo.php?vdo
สุภลักษณ์ ศรีสุภะ, วรรณภา เถื่อนลือชัย. ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย. วารสารวิจัยสุขภาพโรงพยาบาลและชุมชน 2563;1:125-36.
Fu SN, Dao MC, Wong CKH, Cheung BMY. Knowledge and practice of home blood pressure monitoring 6 months after the risk and assessment management program: does health literacy matter. Postgrad Med J 2022;98:610–6.
Green LW, Kreuter MW. Health program planning: An educational and ecological approach. 4th ed. New York: McGraw-Hill; 2005.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในวิทยาลัยพยาบาลฯ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับบทความแต่ละเรื่องผู้เขียนจะรับผิดชอบของตนเอง
