การพยาบาลผู้ป่วยจิตเภทที่ก่อพฤติกรรมรุนแรงจากการเสพสารเสพติดแอมเฟตามีน : กรณีศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการพยาบาลผู้ป่วยจิตเภทที่ก่อพฤติกรรมรุนแรงจากการเสพสารเสพติดแอมเฟตามีน กรณีศึกษา 2 ราย และเพื่อใช้ผลการศึกษาเป็นแนวทางในการให้การพยาบาลผู้ป่วยจิตเภทที่ก่อพฤติกรรมรุนแรงจากการเสพสารเสพติดแอมเฟตามีนอย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีการศึกษา: การศึกษาเปรียบเทียบกรณีศึกษา 2 ราย ของผู้ป่วยจิตเภทที่ก่อพฤติกรรมรุนแรงจากการเสพสารเสพติดแอมเฟตามีน ที่เข้ารักษาในหอผู้ป่วยรวมใจ โรงพยาบาลกระบี่ ระหว่างเดือนตุลาคม 2566 - กันยายน 2567 เก็บรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่วยจิตเภท และเปรียบเทียบกรณีศึกษาผ่านการใช้กระบวนการพยาบาล
ผลการศึกษา : กรณีศึกษาที่ 1 เป็นชายไทยอายุ 29 ปี มีประวัติเป็นจิตเภทมา 6 ปี ร่วมกับใช้สารเสพติด เสพยาบ้าและดื่มน้ำกระท่อม หลังเสพยาบ้ามีอาการก้าวร้าว หูแว่ว ประสาทหลอน คลุ้มคลั่งทำร้ายคนข้างบ้านและทำลายข้าวของในบ้าน ได้รับการดูแลตามแนวทางปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคจิตเวชที่ก่อพฤติกรรมรุนแรงจากการเสพสารเสพติดแอมเฟตามีน (SMI–V) ไม่เกิดพฤติกรรมรุนแรงซ้ำ ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาเสพติดและยาจิตเวช อาการทางจิตทุเลาลง กรณีศึกษาที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 39 ปี มีประวัติเป็นจิตเภทมา 15 ปี ร่วมกับใช้สารเสพติดเสพยาบ้า ดื่มน้ำกระท่อมและสูบกัญชา หลังเสพยาบ้ามีอาการคลุ้มคลั่ง เอะอะโวยวาย ประสาทหลอน ตาขวาง ทำร้ายพี่เขยและทำลายข้าวของในบ้านได้รับการดูแลตามแนวทางปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยโรคจิตเวชที่ก่อพฤติกรรมรุนแรงจากการเสพสารเสพติดแอมเฟตามีน (SMI–V) ไม่เกิดพฤติกรรมรุนแรงซ้ำ มีอาการข้างเคียงจากการใช้สารเสพติดเป็นระยะเวลานาน คือ มีภาวะกล้ามเนื้อสลายตัว เกิดอาการข้างเคียงจากการรับยาจิตเวชหลายชนิดที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางคือ มีภาวะ Acute Dystonia และมีภาวะถอนพิษสารแอมเฟตามีนจากการเสพยาบ้า ต้องให้การดูแลรักษาพยาบาลทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างใกล้ชิด ระยะเวลาวันนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น กรณีศึกษาทั้ง 2 ราย มีภาวะวิกฤตฉุกเฉินทางจิตเวช ก่อพฤติกรรมรุนแรงจากการเสพสารเสพติดแอมเฟตามีนเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างในเรื่องความรุนแรงของโรค ภาวะแทรกซ้อน และความซับซ้อนของปัญหา ที่ต้องให้การดูแลรักษาพยาบาลที่แตกต่างกัน
สรุป : การรักษาของแพทย์และการพยาบาลแบบองค์รวม ทำให้กรณีศึกษาทั้ง 2 ราย ได้รับการดูแลในภาวะวิกฤติที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ตั้งแต่ระยะแรกรับที่มีอาการก้าวร้าว ระยะอาการสงบ และระยะก่อนจำหน่าย โดยใช้หลักการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเวชที่มีพฤติกรรมรุนแรงจากการใช้สารเสพติดแอมเฟตามีน (SMI-V) ตลอดจนถึงการวางแผนจำหน่ายโดยผู้ดูแลมีส่วนร่วม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปอยู่ร่วมกับครอบครัวและชุมชนได้อย่างปกติสุข การพยาบาลใช้กระบวนการพยาบาลที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การจัดการภาวะวิกฤตอย่างทันท่วงทีไปจนถึงการบำบัดฟื้นฟูเพื่อป้องกันการเสพซ้ำ ร่วมกับการทำงานเชิงรุก การเฝ้าระวังสัญญาณชีพและอาการแสดงของภาวะแทรกซ้อน การฟื้นฟูสภาพตามความบกพร่องของผู้ป่วยให้มีความสามารถในการดูแลตนเอง ครอบครัวมีความพร้อมในการรับผู้ป่วยไปดูแลที่บ้าน พยาบาลวางแผนจำหน่ายโดยให้คำปรึกษาครอบครัวที่มุ่งเน้นความเป็นมนุษย์มากกว่าแค่การรักษาโรคทางกาย เน้นการดูแลด้วยความรักและความเมตตา ซึ่งผู้ดูแลมีส่วนสำคัญในการร่วมดูแลผู้ป่วยได้รับการบำบัดรักษาต่อเนื่อง ลดพฤติกรรมก้าวร้าว และลดการกลับมารักษาซ้ำในโรงพยาบาล รวมถึงการทำงานร่วมกันในทีมสหวิชาชีพ และชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนิพนธ์ต้นฉบับจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review) และการตีพิมพ์บทความซ้ำต้องได้รับการอนุญาตจากกองบรรณาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร
ลิขสิทธิ์
ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ เว้นว่าได้รับอนุญาตจากโรงพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ
เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือผู้เข้าอบรมหลักสูตรการเข้าถึงบริการและดูแลผู้ป่วยโรคจิตสำหรับพยาบาล/นักวิชาการสาธารณสุข ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพฯ: บริษัทดีน่าดูมีเดียพลัส จำกัด; 2560.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวชสุรา/ยา/สารเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง. นนทบุรี: บียอนด์พับลิสซิ่ง จำกัด; 2561.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: บริษัทพรอสเพอรัสพลัส จำกัด; 2563.
กลุ่มงานเวชระเบียนและข้อมูลทางการแพทย์ โรงพยาบาลกระบี่. สถิติผู้ป่วยโรคจิตเภท ปี 2565-2567. กระบี่: โรงพยาบาลกระบี่; 2567.
ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน และคณะ. สัญญาณเตือนและการแจ้งเหตุในผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสุขภาพจิต (สำหรับญาติหรือคนใกล้ชิด). กรุงเทพฯ: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2562.
ทัศนีย์ เชื่อมทอง และคณะ. ผลของการวางแผนก่อนจำหน่ายสำหรับผู้ป่วยโรคจิตเภทและญาติผู้ดูแล หอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลชลบุรี. วารสารโรงพยาบาลชลบุรี. 2564.
มาโนช หล่อตระกูล, ปราโมทย์ สุคนิชย์. จิตเวชศาสตร์รามาธิบดี. กรุงเทพฯ: ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; 2559.
โรงพยาบาลสวนสราญรมย์. คู่มือแบบประเมินคัดกรองโรคจิตและปัญหาสุขภาพจิต. สุราษฎร์ธานี: โรงพยาบาลสวนสราญรมย์; 2563.
ศุกร์ใจ เจริญสุข. กระบวนการพยาบาลในการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. ใน: ฉวีวรรณ สัตยธรรม, แผ จันทร์สุข, ศุกร์ใจ เจริญสุข, บรรณาธิการ. การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต ฉบับปรับปรุง เล่ม 1. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส จำกัด; 2556.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. แนวทางการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติสุขภาพจิตแบบไร้รอยต่อและบูรณาการในพื้นที่. กรุงเทพฯ: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2563.
เสาวลักษณ์ สุวรรณไมตรี และคณะ. คู่มือการดูแลผู้ป่วยจิตเภทสำหรับโรงพยาบาลในเขตสุขภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี: วิคทอเรียอิมเมจ; 2560.
เสาวลักษณ์ สุวรรณไมตรี. แนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉิน. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี: บียอนด์พับลิสซิ่ง; 2563.
Adnanes M, Cresswell-Smith J, Melby L, et al. Discharge planning, self-management, and community support: Strategies to avoid psychiatric rehospitalization from a service user perspective. Patient Educ Couns. 2020;103(5):1033-40.
Anekwit N. Relapse rate of schizophrenia and other psychotic disorders in patients at Mahasarakham Hospital. J Dept Med Serv. 2019;43(5):35-9.
Department of Mental Health. Psychiatric care manual for serious mental illness with high risk to violence (SMI-V) for institutions/hospitals under the Department of Mental Health. Bangkok: Prosperous Plus; 2018.