การพัฒนารูปแบบการประสานรายการยาต่อการเพิ่มความปลอดภัยในผู้ป่วยโรคเรื้อรังโรงพยาบาลอ่าวลึก จังหวัดกระบี่

Main Article Content

จุฬารัตน์ เผือกเนียร

บทคัดย่อ

การประสานรายการยาเป็นกระบวนการป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยา และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการประสานรายการยาและประเมินประสิทธิผลต่อความปลอดภัยด้านการใช้ยาในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลอ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ 1. วิเคราะห์สถานการณ์ โดยศึกษาบุคลากร 30 คน และเวชระเบียนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 2,665 ราย 2. พัฒนารูปแบบการประสานรายการยา ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยจัดอบรม ออกแบบแบบฟอร์มที่เชื่อมโยงกับระบบเวชระเบียน และกำหนดแนวปฏิบัติมาตรฐานในการดำเนินงาน 3. ทดลองใช้และติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 เดือน โดยศึกษาบุคลากร 30 คน และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 2,714 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์เนื้อหา และ Paired t-test


          ผลการศึกษา พบว่า ระยะที่ 1 บุคลากรมีความรู้และทัศนคติด้านการประสานรายการยาอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง และพบอัตราความคลาดเคลื่อนทางยาร้อยละ 2.74 ระยะที่ 2 ได้รูปแบบการประสานรายการยาที่ครอบคลุมกระบวนการดูแล 3 ช่วง ได้แก่ แรกรับผู้ป่วย ระหว่างการดูแลรักษา และก่อนจำหน่ายกลับบ้าน โดยพัฒนาผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ การสอนงานในหน้างาน และการเรียนรู้จากกรณีศึกษา ระยะที่ 3 ภายหลังการใช้รูปแบบ พบว่าความรู้และทัศนคติของบุคลากรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก อัตราความคลาดเคลื่อนทางยาลดลงจากร้อยละ 2.74 เหลือร้อยละ 0.18 และความครบถ้วนของแบบฟอร์มเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 96.7 สรุปได้ว่า รูปแบบการประสานรายการยาที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลในการลดความคลาดเคลื่อนทางยาและเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้อย่างชัดเจน และสามารถประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลชุมชน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
เผือกเนียร จ. การพัฒนารูปแบบการประสานรายการยาต่อการเพิ่มความปลอดภัยในผู้ป่วยโรคเรื้อรังโรงพยาบาลอ่าวลึก จังหวัดกระบี่. Kb. Med. J. [อินเทอร์เน็ต]. 3 กรกฎาคม 2026 [อ้างถึง 21 กันยายน 2026];9(1). available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/KBJ/article/view/286012
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน). แนวคิดและแนวทางการจัดการความคลาดเคลื่อนทางยา. นนทบุรี: สรพ.; 2565.

World Health Organization. Medication without harm: WHO global patient safety challenge. Geneva: WHO; 2017.

Mueller SK, Sponsler KC, Kripalani S, Schnipper JL. Hospital-based medication reconciliation practices. Arch Intern Med. 2012;172(14):1057-69.

Kwan JL, Lo L, Sampson M, Shojania KG. Medication reconciliation during transitions of care. Ann Intern Med. 2013;158(5 Pt 2):397-403.

ธิดา นิงสานนท์, ปรีชา มนทกานติกุล, สุวัฒนา จุฬาวัฒนทลี, บรรณาธิการ. Medication reconciliation: การประสานรายการยาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย. กรุงเทพมหานคร: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2551.

Institute for Safe Medication Practices. Guidelines for medication reconciliation. Horsham (PA): ISMP; 2022.

World Health Organization. Framework for action on interprofessional education and collaborative practice. Geneva: WHO; 2010.

Reeves S, Pelone F, Harrison R, Goldman J, Zwarenstein M. Interprofessional collaboration to improve professional practice and healthcare outcomes. Cochrane Database Syst Rev. 2017;6:CD000072.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. รายงานสถานการณ์ความปลอดภัยด้านยาในประเทศไทย. นนทบุรี: อย.; 2566.

กาญจนา แก้วมั่ง. ผลของกระบวนการประสานรายการยาต่อความคลาดเคลื่อนทางยา ณ หอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 20 มีนาคม2569];17(1):214–232. เข้าถึงได้จาก: https://li01.tci- thaijo.org/ index.php /pnujr/ article/ view/262778

Joint Commission International. International patient safety goals. 7th ed. Oakbrook Terrace (IL): JCI; 2021.

von Bertalanffy L. General system theory: foundations, development, applications. New York: Braziller; 1968.

Vincent C, Amalberti R. Safer healthcare: strategies for the real world. Cham: Springer; 2016.

Cochran WG. Sampling techniques. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons; 1977.

Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.

ษมา ตุ้ยหล้า.การพัฒนาระบบการประสานรายการยาในผู้ป่วยใน โรงพยาบาลวิเชียรบุรี. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 20 มีนาคม 2569];3(2):127–139. เข้าถึงได้จาก: https://he03.tci-thaijo.org/index.php/PMJ/article/view/2838.

Alqenae FA, Steinke D, Keers RN. Prevalence and nature of medication errors in hospital settings: A systematic review. Drug Saf. 2020;43(11):1157–1174.

Mekonnen AB, McLachlan AJ, Brien JA. Effectiveness of pharmacist-led medication reconciliation programmes on clinical outcomes at hospital transitions: A systematic review. BMJ Open. 2021;11(1):e043290.

Lee JY, Leblanc K, Fernandes O. Medication reconciliation during care transitions: A systematic review and meta-analysis. J Patient Saf. 2022;18(4):e1234–e1242.

Manias E, Kusljic S, Wu A. Interventions to reduce medication errors in adult medical and surgical settings: A systematic review. Int J Nurs Stud. 2020;104:103552.

ดรุณี วุฒิปรีดี.การพัฒนารูปแบบการประสานรายการยาเพื่อลดความคลาดเคลื่อนทางยาโดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในหอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลร้อยเอ็ด. วารสารศรีนครินทร์เวชสาร [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 20 มีนาคม 2569];38(6):619–629. เข้าถึงได้จาก: https://li01.tci-thaijo.org/ index.php/ SRIMEDJ/ article/ view/261019