เครือข่ายการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเล การสร้างเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้านโดยความร่วมมือของ ทีมหมอครอบครัวและชุมชน โรงพยาบาลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่
Main Article Content
บทคัดย่อ
ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองจำเป็นต้องได้รับติดตาม ดูแล ฟื้นฟูเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี จึงควรมีการร่วมมือและออกแบบระบบการดูแลผู้ป่วย วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการสร้างเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้านโดยความร่วมมือของทีมหมอครอบครัวและชุมชนโรงพยาบาลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ วิธีวิจัยแบบผสานวิธีด้วยกิจกรรม 4 ขั้นตอน การวางแผน การลงมือ การสังเกตการณ์ และการสะท้อนกลับ วิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม และวิจัยเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างคือผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้านมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยการคำนวณกรณีทราบจำนวนประชากรและการจับสลากจำนวน 90 ราย เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่มีการตรวจสอบความตรงและความเชื่อมั่นที่ระดับ 0.98 และ 0.99 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและสถิติวิเคราะห์ด้วย Wilcoxon signed-ranks Test และ McNemar Test ผลการวิจัยโดยพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้านแบบบูรณาการ โรงพยาบาลเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ (5I Model for Participatory Home Based Stroke Care) และภายหลังการนำไปใช้พบว่า 1) ความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้เพิ่มขึ้นที่ระดับมัธยฐานเท่ากับ 72 (IQR = 65 – 81) Z =-5.611 (p < 0.05) 2) ภาวะพิการลดลงที่ระดับมัธยฐานเท่ากับ 72 (IQR = 65 - 81) Z = -8.85 (p < 0.05) 3) ไม่มีภาวะแรกซ้อนร้อยละ 98.89 (p<0.05) และ 4) ไม่มีภาวะ Re-admit ร้อยละ 97.78 (p<0.05) สรุปการสร้างเครือข่ายที่เน้นความร่วมมือของทีมหมอครอบครัวและชุมชนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ลดภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแลได้อย่างยั่งยืนในบริบทของพื้นที่
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนิพนธ์ต้นฉบับจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review) และการตีพิมพ์บทความซ้ำต้องได้รับการอนุญาตจากกองบรรณาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร
ลิขสิทธิ์
ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ เว้นว่าได้รับอนุญาตจากโรงพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ
เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
American Heart Association. Heart disease and stroke statistics—2016 update: a report from the American Heart Association [Internet]. 2016 [cited 2025 May 15]. Available from: http://www.heart.org/idc/groups/
Russo T, Felzani G, Marini C. Incidence of stroke in young adults. Stroke Res Treat. 2011;2011:535672.
World Health Organization. World health statistics 2016: monitoring health for the SDGs, sustainable development goals [Internet]. Geneva: WHO; 2016 [cited 2025 Aug 15].
World Health Organization. Global action plan for the prevention and control of NCDs 2013–2020 [Internet]. Geneva: WHO; 2013 [cited 2025 Aug 15]. Available from: http://www.who.int/nmh/publications/ncd_report_full
สำนักงานโรคไม่ติดต่อ. รายงานประจำปี 2568 สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. กรุงเทพฯ: สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2568.
นันทกาญจน์ ปักษี, ทิฏฐิ ศรีวิสัย, เสน่ห์ ขุนแก้ว. การเตรียมความพร้อมญาติผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตามแนวคิดรูปแบบการดูแลตามระยะเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลสู่บ้าน. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุตรดิตถ์. 2564;13(1):47-61.
เมธิณี เกตวาธิมาตร. บทบาทของพยาบาลวิชาชีพในการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดในระยะวิกฤต. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2560;11(2):71-80.
นันทกาญจน์ ปักษี. ผลของโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและญาติผู้ดูแลในระยะเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลสู่บ้านต่อความพร้อมในการดูแล ความเครียด การปรับตัวและความพึงพอใจต่อบริการที่ได้รับของญาติผู้ดูแล. Rama Nurs J. 2559;30(2).
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โรงพยาบาลเหนือคลอง. รายงานข้อมูลรายโรค [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 21 มิถุนายน 2568].
ปาริชาติ ปานพานิช. การพัฒนารูปแบบการจัดการดูแลต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน: กรณีศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2561.
จันทรัศม์ วรรณสถิตย์, ปิยะนันท์ จันทา, นวรัตน์ ท้าวอาจ, นิตยา เป่าป่า, วิลาวัณย์ หม้ายยะ. การพัฒนารูปแบบการดูแลต่อเนื่องที่บ้านสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยใช้ระบบ 1A4C สู่การดำเนินชีวิตประจำวัน. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2561;27(5):877-86.
Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Victoria: Deakin University; 1988.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. การวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS. กรุงเทพฯ: วีอินเตอร์; 2551.
Koul L. Methodology of educational research. New Delhi: Vani Educational Books; 1984.
World Health Organization. Standardized clinical assessment and management plans for stroke rehabilitation: a practitioner’s manual. Geneva: WHO Press; 2020.
อุเทน สุทิน. ผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้านโดยประสานการมีส่วนร่วมของทีมหมอครอบครัวและชุมชน [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2565.
ดลปภัฎ ทรงเลิศก. การพัฒนาสมรรถนะของผู้ดูแลและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการดูแลปัญหาด้านจิตสังคมของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้าน. วารสารวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2561;5(2):48-57.
กัญจน์ณิชา เรืองชัยทวีสุข, อภิญญา วงศ์พิริยโยธา, นริสา วงศ์พนารักษ์. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย. 2564;14(1):213-25.
วรุณศิริ โกมาสถิตย. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน เครือข่ายจังหวัดเลย. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2557;33(2).