การพัฒนารูปแบบการพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด โรงพยาบาลกระบี่

Main Article Content

kokaew kasirak
สร้อยสุวรรณ พลสังข์
กิตติพร เนาว์สุวรรณ
รำไพ ตั้งไตรทิพย์

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่โรงพยาบาลกระบี่ โดยใช้แนวทางการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ตามกรอบแนวคิดของ Donabedian ร่วมกับแนวปฏิบัติ Surviving Sepsis Campaign กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพ 20 คน และทารกแรกเกิดที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด 14 ราย ดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 ใน 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย (1) วิเคราะห์สถานการณ์และปัญหา พบว่า การคัดกรองยังไม่เป็นระบบ มีความล่าช้าในการให้ยาปฏิชีวนะ ขาดแนวปฏิบัติที่ทันสมัย บุคลากรมีความรู้เฉพาะทางไม่เพียงพอ และการสื่อสารระหว่างทีมยังไม่ต่อเนื่อง (2) พัฒนารูปแบบการพยาบาล ดำเนินการโดย ผ่านการสังเคราะห์ข้อมูลจากเวชระเบียน การสนทนากลุ่ม และหลักฐานเชิงประจักษ์ ก่อนจัดทำแนวปฏิบัติและอบรมพยาบาล และ (3) ประเมินประสิทธิผลรูปแบบการพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด แนวปฏิบัติการพยาบาล แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินการปฏิบัติ และแบบวัดความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ สถิติเชิงพรรณนาและเชิงอนุมาน ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Dependent t-test และ One-sample t-test ตามประเภทของข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า (1) ด้านผลลัพธ์ผู้ป่วย อัตราการเสียชีวิตลดลงจากร้อยละ 4.5 เป็นร้อยละ 0 (p > .999) อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนลดลงจากร้อยละ 12.1 เป็นร้อยละ 7.1 (p > .999) ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลลดลงจากค่าเฉลี่ย 15.8 วัน เป็น 12.5 วัน (p = .015) (2) ด้านผลลัพธ์พยาบาล ความรู้ของพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 14.2 เป็น 18.5 คะแนน การปฏิบัติตามรูปแบบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 10.8 เป็น 13.9 คะแนน ความพึงพอใจของพยาบาลอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.59, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.58) รูปแบบที่พัฒนาขึ้น คือ SPOT ประกอบด้วย S: Structer (โครงสร้าง) P: Process (กระบวนการพยาบาล) O: Outcome (ผลลัพธ์) และ T: Team (ทีมสหวิชาชีพ) รูปแบบนี้มีข้อดีคือ ช่วยให้การคัดกรองและการให้ยาปฏิชีวนะเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น ลดความคลาดเคลื่อนในการดูแล ส่งเสริมการบันทึกข้อมูลที่ครบถ้วน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ สามารถนำไปใช้ได้โดย บูรณาการแนวปฏิบัติ เครื่องมือคัดกรอง และแบบบันทึกที่พัฒนาขึ้นเข้าสู่กระบวนการดูแลทารกแรกเกิดในทุกเวรการปฏิบัติงาน เพื่อให้พยาบาลสามารถปฏิบัติตามแนวทางได้อย่างเป็นมาตรฐานและสอดคล้องกัน ซึ่งเหมาะสมสำหรับโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ และแนะนำให้ขยายผลไปยังโรงพยาบาลในเขตบริการสุขภาพที่ 11 พร้อมพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการดูแลต่อเนื่อง


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
kasirak kokaew, พลสังข์ ส, เนาว์สุวรรณ ก, ตั้งไตรทิพย์ ร. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด โรงพยาบาลกระบี่. Kb. Med. J. [อินเทอร์เน็ต]. 25 ธันวาคม 2025 [อ้างถึง 13 มกราคม 2026];8(2):129-46. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/KBJ/article/view/282781
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลทารกแรกเกิด. กรุงเทพฯ: กรมการ แพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2565.

กรมการแพทย์. ตัวชี้วัดคุณภาพการดูแลทารกแรกเกิด ปีงบประมาณ 2567. กรุงเทพฯ: กระทรวง สาธารณสุข; 2566.

งานพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลกระบี่. รายงานการประเมินสถานการณ์การดูแลทารกแรกเกิดที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด. กระบี่: โรงพยาบาลกระบี่; 2567.

งานเวชระเบียนและสถิติ โรงพยาบาลกระบี่. รายงานสถิติผู้ป่วยทารกแรกเกิดที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด พ.ศ. 2565-2567. กระบี่: โรงพยาบาลกระบี่; 2567.

มณี คูประสิทธิ์, สมคิด ปานประเสริฐ. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 2021;35(1):1-20.

สมใจ รักษาดี, วิมล สุขสวัสดิ์, อรนุช ภาชื่น. ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการดูแลทารกแรกเกิดที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2024;42(1):45-59.

Donabedian A. Evaluating the quality of medical care. Milbank Q. 2005;83(4):691-729.

Evans L, Rhodes A, Alhazzani W, Antonelli M, Coopersmith CM, French C, et al. Surviving sepsis campaign: international guidelines for management of sepsis and septic shock 2021. Intensive Care Med. 2021;47(11):1181-247.

Levy MM, Evans LE, Rhodes A. The surviving sepsis campaign bundle: 2018 update. Intensive Care Med. 2018;44(6):925-8.

Li X, Wang , Liu C, Yang J, Zhang H. Implementation of evidence-based nursing protocol improves outcomes in neonates with sepsis: a quasi-experimental study. J Clin Nurs. 2021;30(15-16):2325-36.

Polin RA, Papile LA, Baley JE, Bhutani VK, Carlo WA, Cummings J, et al. Management of neonates with suspected or proven early-onset bacterial sepsis: an update. Pediatrics. 2022;149(1):e2021056036.

Potter PA, Perry AG. Fundamental of nursing. 6th ed. St. Louis: Mosby; 2005.

Shane AL, Sánchez PJ, Stoll BJ. Neonatal sepsis. Lancet. 2017;390(10104):1770-80.

World Health Organization. Standards for improving the quality of care for small and sick newborns in health facilities [Internet]. Geneva: WHO; 2020 [cited 2025 Jan 24]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789240010765

Wynn JL. Defining neonatal sepsis. Curr Opin Pediatr. 2016;28(2):135-40.