ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุไทยมุสลิม เขตเทศบาลเมืองกระบี่

Main Article Content

รุ่งสุรีย์ บุตรสู

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุไทยมุสลิม เขตเทศบาลเมืองกระบี่ และเพื่อศึกษาปัจจัยที่สามารถทำนายพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุไทยมุสลิม เขตเทศบาลเมืองกระบี่ จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้สงอายุไทยมุสลิม ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป              ที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ จำนวน 138 คน โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม


          จากผลการวิจัยพบว่า ผู้สงอายุไทยมุสลิม ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 60-70 ปี จบการศึกษาสูงสุดระดับประถมศึกษา มีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน มีปัจจัยนำด้านความรู้ในการดูแลสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง ด้านทัศนคติและด้านค่านิยม ปัจจัยเอื้อด้านการเข้าถึงการบริการสุขภาพ และปัจจัยเสริมด้านการมีส่วนร่วมของคนรอบข้างเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอยู่ในระดับเห็นด้วยมากที่สุด มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพอยู่ในระดับปฏิบัติเป็นบางครั้ง ทั้งนี้ยังพบว่าปัจจัยนำ ค่านิยมของผู้สูงอายุ สามารถนำมาพยากรณ์พฤติกรรม              การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุไทยมุสลิม เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ได้ร้อยละ 18.60 (R2 = 0.186) ปัจจัยเอื้อ      ด้านการเข้าถึงทรัพยากรสุขภาพ สามารถนำมาพยากรณ์พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุไทยมุสลิม  เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ได้ร้อยละ 16.80 (R2 = 0.168) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และปัจจัยเสริม ด้านการมีส่วนร่วมของคนรอบข้าง สามารถนำมาพยากรณ์พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุไทยมุสลิม เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ได้ร้อยละ 25.60 (R2 = 0.256) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
บุตรสู ร. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุไทยมุสลิม เขตเทศบาลเมืองกระบี่. Kb. Med. J. [อินเทอร์เน็ต]. 8 ธันวาคม 2025 [อ้างถึง 13 มกราคม 2026];8(2):53-66. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/KBJ/article/view/282356
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. 60+ สังคมสูงวัย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ; 2563.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. คู่มือระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ (Long Term Care) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปีงบประมาณ 2559. กรุงเทพฯ: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.); 2559.

กรมกิจการผู้สูงอายุ. ยุทธศาสตร์กรมกิจการผู้สูงอายุ 20 ปี พ.ศ. 2561–2580. กรุงเทพฯ: สามลดา; 2561.

ศาลากลางจังหวัดกระบี่. โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงตามแนวทางประชารัฐ. กระบี่: ศาลากลางจังหวัดกระบี่; 2567.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่. การดูแลผู้สูงอายุ. กระบี่: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่; 2567.

สรวงสุดา เจริญวงศ์, และคณะ. สถานการณ์การดูแลและความต้องการการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนมุสลิมเขตชนบทภาคใต้ของไทย. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ 2561;5(2):231-246.

Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A. G. & Buchner, A. G*Power.3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical science. Behavior Research Methods 2007;39:175-191.

Cohen, J. Statistical Power Analysis for The Behavior Sciences. New Jersey: Lawrence Erlbaum; 1988.

Likert, R. The Method of Constructing and Attitude Scale in Attitude Theory and Measurement. New York: Wiley & Son; 1967.

รวิพร โรจนอาชา, กิตติพร เนาว์สุวรรณ และนภชา สิงห์วีรธรรม. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยใช้ Hospital Isolation ในบริบทชายแดนไทย-มาเลเซีย. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์

นรานุช ขะระเขื่อน, ดลปภัฎ ทรงเลิศ และบุญประจักษ์ จันทร์วิน. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอลานสกา; 2565.

กชกร ศิวปรียากูล. พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสุขภาพ 2563;3(1):1-14.

ศศิธร ตันติเอกรัตน์ และคณะ. พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำคำ อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว. Veridian E-Journal 12(6):42-56.