อุบัติการณ์และผลของการตั้งครรภ์ของมารดาที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง ที่มาคลอดในโรงพยาบาลกระบี่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอุบัติการณ์และผลของการตั้งครรภ์ของมารดาที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง กลุ่มตัวอย่างเป็นเวชระเบียนของมารดาที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรงที่มาคลอดโรงพยาบาลกระบี่ระหว่าง1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 มีนาคม 2567 มีอายุครรภ์มากกว่า 28 สัปดาห์และมีการบันทึกในโปรแกรม Hosxp มีความสมบูรณ์ของข้อมูลในเวชระเบียนทุกรายจำนวนทั้งสิ้น 151 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบบันทึกข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา ความชัดเจนและการจัดลำดับของข้อคำถาม นำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิหลังจากนั้นนำไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษานำข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์หาความเที่ยงของแบบบันทึกข้อมูลทั้ง 3 ตอนโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coeffient) ได้ค่าความเที่ยงของแบบบันทึกข้อมูลเท่ากับ 0.90 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง ภาวะแทรกซ้อนของมารดาและทารกใช้ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่พบได้มากที่สุดของมารดาและทารกใช้ Pearson’ s Product Moment Correlation
ผลการศึกษา :
1) อุบัติการณ์ของมารดาที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรงร้อยละ 3.54 มีอายุ 31-40 ปีร้อยละ50.9ตั้งครรภ์ที่ 3 ขึ้นไปร้อยละ 44.37 มีอายุครรภ์ที่ 33 – 37 สัปดาห์ร้อยละ55.3 ฝากครรภ์มากกว่า 5 ครั้งร้อยละ 81.6 BMI มากกว่า 30 Kg/m2ร้อยละ51.3 ส่วนใหญ่ผ่าท้องคลอดร้อยละ 71.7 เป็นเบาหวานขระตั้งครรภ์ร้อยละ19.7 ความดันโลหิตสูงร้อยละ 9.9 ใช้สารเสพติดร้อยละ6.6 เป็นหอบหืดร้อยละ 3.3 และติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะร้อยละ 2.0
2) ผลกระทบต่อมารดาพบว่ามีภาะวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ร้อยละ 53.64 เกิดSevere Hypertensionร้อยละ9.9 Eclampsiaร้อยละ1.3 HELLP Syndrome, Disseminated Intravascular Coagulation(DIC), Pulmonary Edema และ Asthmaร้อยละ3.3 คลอดก่อนกำหนดร้อยละ7.2 ตกเลือดหลังคลอดร้อยละ 2.0 รกลอกตัวก่อนกำหนดร้อยละ 4.6 เกิดAcute Respiratory failure ร้อยละ 1.3 มีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์แต่ไม่รุนแรงร้อยละ 13.2
3) ผลกระทบต่อทารกพบ preterm และคลอดก่อนกำหนดร้อยละ 13.8 ทารกโตช้าในครรภ์และมีภาวะชาดออกซิเจนร้อยละ 3.3 เสียชีวิตในครรภ์ร้อยละ 2.0
4) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่พบมากที่สุดของมารดาครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรงอยู่ในระดับสูงประกอบด้วย อายุของมารดา ลำดับของการตั้งครรภ์ ดัชนีมวลกาย และมารดาที่มีโรคร่วมอยู่ในระดับสูงส่วนอายุครรภ์อยู่ในระดับปานกลาง
สรุปภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรงเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่ ส่งผลกระทบต่อมารดาและทารกจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนิพนธ์ต้นฉบับจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review) และการตีพิมพ์บทความซ้ำต้องได้รับการอนุญาตจากกองบรรณาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร
ลิขสิทธิ์
ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ เว้นว่าได้รับอนุญาตจากโรงพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ
เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
Cunningham FG, Leveno KJ, Bloom SL, Spong CY, Dashe JS, Hoffman BL, Casey BM, Sheffield JS. Williams Obstetrics. 24th ed. New York: McGraw-Hill Education; 2014.
American College of Obstetricians and Gynecologists. ACOG Practice Bulletin No. 202: Gestational Hypertension and Preeclampsia. Obstet Gynecol. 2019;133(1):e1–e25.
Kongwattanakul K, Saksiriwuttho P, Chaiyarach S, Thepsuthammarat K. Incidence, characteristics, maternal complications and perinatal outcomes associated with preeclampsia with severe features and HELLP syndrome. J Womens Health. 2018;10:371–7.
Legesse AY, Berhe Y, Mohammed SA, Teka H, Goba G. Prevalence and determinants of maternal and perinatal outcome of preeclampsia at a tertiary hospital in Ethiopia. Ethiop J Reprod Health. 2019;11(4):1–8.
Lisonkova S, Bone JN, Muraca GM, Razaz N, Wang LQ, Sabr Y, et al. Incidence and risk factors for severe preeclampsia, HELLP syndrome, and eclampsia at preterm and term gestation: a population-based study. Am J Obstet Gynecol. 2021;225(5):538.e1–538.e19.
Mayrink J, Souza RT, Feitosa FE, Rocha Filho EA, Leite DF, Vettorazzi J, et al. Incidence and risk factors for preeclampsia in a cohort of healthy nulliparous pregnant women: a nested case-control study. Sci Rep. 2019;9:9517–26.
Zhuang C, Gao J, Liu J, Wang X, He J, Sun J, et al. Risk factors and potential protective factors of pregnancy-induced hypertension in China: A cross-sectional study. J Clin Hypertens. 2019;21(5):618–23.
สิรยา กิติโยดม. การศึกษาภาวะซักในสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์. 2557;29(3):129–38.
พนิดา เหลือล้น, วรพงศ์ ภู่พงศ์. ศึกษาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษในหญิงไทย. J Med Assoc Thai. 2553;93(6):661–6.
กิตติพงษ์ เทือกประเสริฐ. ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษในหญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอดในโรงพยาบาลหนองคาย. Health Sci Clin Res. 2565;37:1–9.
รัฐิญา เพียรพิเศษ, บูรยา พัฒนจินดากุล, ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร. ความชุก ปัจจัยเสี่ยง และผลของการตั้งครรภ์ของภาวะครรภ์เป็นพิษรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนอายุครรภ์ 34 สัปดาห์ในโรงพยาบาลศิริราช. Thai J Obstet Gynaecol. 2560;25:26–34.
วันเมษา บรรจงศิลป์. หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง: โรงพยาบาลนครพนม. วารสารโรงพยาบาลนครพนม. 2563;7(1):5–15.