ประสิทธิผลของโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยแบบเป็นศูนย์กลาง เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หน่วยบริการปฐมภูมิ ศูนย์แพทย์ชุมชน โรงพยาบาลกระบี่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษากึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยแบบเป็นศูนย์กลางในการลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หน่วยบริการปฐมภูมิ ศูนย์แพทย์ชุมชน โรงพยาบาลกระบี่ เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มแบบง่าย จำนวน 33 คน ดำเนินการระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง พฤษจิกายน 2564 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด และแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามก่อนและหลังได้รับโปรแกรม 6 เดือน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ความถี่ ร้อยละ ค่ามัธยฐาน และค่าพิสัยควอไทล์ และใช้สถิติเปรียบเทียบก่อนหลังด้วย Wilcoxon Signed Ranks Test และ McNemar Chi-squared
ผลการศึกษาพบว่าหลังได้รับโปรแกรมคะแนนความรู้เรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือดและพฤติกรรมสุขภาพด้านการบริโภคอาหาร และการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD risk score) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลสะสม ระดับความดันโลหิต ไขมันคลอเลสเตอรอล และไขมันตัวร้าย หลังศึกษาลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)
ผลการวิจัยสามารถนำโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยแบบเป็นศูนย์กลางไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ให้มีความรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิตและระดับไขมันในเลือดได้ รวมทั้งควรมีการติดตามและประเมินภาวะสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนิพนธ์ต้นฉบับจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double-blind review) และการตีพิมพ์บทความซ้ำต้องได้รับการอนุญาตจากกองบรรณาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร
ลิขสิทธิ์
ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ เว้นว่าได้รับอนุญาตจากโรงพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ
เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
Folsom AR, Yatsuya H, Nettleton JA, Lutsey PL, Cushman M, Rosamond WD, et al. Community
prevalence of ideal cardiovascular health, by the American Heart Association definition, and relationship with
cardiovascular disease incidence. Journal of the American college of cardiology 2011;57(16):1690-6.
Khan T. Cardiovascular diseases. World Health Organization 2021.
กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค. สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต] 2566
[เข้าถึงเมื่อ 25 มีนาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=37372&deptcode=brc&
news_views=3262
กพลากร ว. การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 5 พ.ศ.2557 [อินเทอร์เน็ต] [เข้าถึงเมื่อ
มีนาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hsri.or.th/researcher/research/newrelease/detail/7711.
.สุกิจ แย้มวงศ์. โครงการพัฒนาประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด[อินเทอร์เน็ต] 2548 [เข้าถึงเมื่อ
มีนาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thainhf.org.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่. ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service plan สาขาโรคไม่ติดต่อ [อินเทอร์เน็ต] 2564
[เข้าถึงเมื่อ 25 มีนาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก: https://www.kbi.hdc.moph.go.th/hdc/main/index_pk.php.
กองบริหารการสาธารณสุข สำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ. แนวทางการพัฒนาระบบสุขภาพ: ระบบบริการ
ปฐมภูมิแบบบูรณาการโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง [อินเทอร์เน็ต] [cเข้าถึงเมื่อ 25 มีนาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก: https://
phdb.moph.go.th/.
Prueksaritanond S, Tubtimtes S, Asavanich K, Tiewtranon V. Type 2 diabetic patient-centered care.
J Med Assoc Thai 2004;87(1):345-52.
อาคม ทิวทอง, สุกัญญา คำ, สุภาพร ศรีหาเลิศ. ประสิทธิผลของการดูแลผู้ป่วยโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางต่อการ
ควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม 2562;2(1):168-75.
Ratner NL, Davis EB, Lhotka LL, Wille SM, Walls ML. Patient-centered care, diabetes empowerment,
and type 2 diabetes medication adherence among American Indian paitients. Clinical diabetes journal
;35(1):281-5.
Cooper LA, Roter DL, Carson KA, Bone LR, Larson SM, Miller ER. A randomized trial to improve
patient-centered care and hypertension control in underserved primary care patients. J Gen Intern Med
;26(2):1297-304
สุพรรษา ยาใจ, ดวงนภา ปราบโรค. การควบคุมระดับความดันโลหิตโดยใช้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและให้การดูแลต่อ
เนื่องในบริการปฐมภูมิ. เชียงรายวารสาร 2562;2(1):25-33.
Moran J, Bekker H, Latchford G. Everyday use of patient-centred, motivational techniques in
routine consultations between doctors and patients with diabetes. Patient Educ Couns 2008;73(3):224-31.
สมจิต พฤกษะริตานนท์, สายสุนีย์ ทับทิมเทศ, กรทอง อัศวาณิชย์, วาสุณี เตียวตรานนท์. การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน
โดยผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง. J Med Assoc Thai 87(4):346-52.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS. กรุงเทพฯ: บิสซิเนสอาร์แอนด์ดี; 2551.
Bloom BS. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York:
McGraw-Hill; 1971.
สมชัย อัศวสุดสาคร, สุรสิทธิ์ จิตรพิทักษ์เลิศ, สาวิตรี วิษณุโยธิน. การบูรณาการระบบบริการสุขภาพเพื่อคัดกรอง
และลดกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด จังหวัดนครราชสีมา 2560-2561. วารสารกรมการแพทย์
;44(5):151-7.
นันทนา ชัยภักดี, หลักทรัพย์ วัฒนสุขชัย, สุภาพ แจ้งคำ. ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อ
การลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและ เบาหวานในโรงพยาบาลหนองบัวแดง
จังหวัดชัยภูมิ. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ 2566;38(2):393-402.
จันทร์จิรา สีสว่าง, ปุลวิชช์ ทองแตง, ศิริรัตน์ วิชิตตระกูลถาวร, สุจิตรา ชัยวุฒิ. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้
โอกาสเสี่ยงของตนเองต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง. NURS SCI J THAIL 2565;40(3):42-59.
อุษนีย์ รามฤทธิ์. การพัฒนาโปรแกรมการจัดการตนเองเพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดใน
ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2021;6(3):29-37.
จุรีพร คงประเสริฐ, ธิดารัตน์ อภิญญา. คู่มือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในคลินิก NCD คุณภาพ. กรุงเทพมหานคร:
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค; 2558.
กฤษณะ สุวรรณภูมิ. การดูแลโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง. วารสารระบบบริหารปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัว 2566;
บทปริทัศน์(1):38-44.
สายพิณ หัตถีรัตน์. คู่มือหมอครอบครัว. กรุงเทพมหานคร: หมอชาวบ้าน; 2545.
Bertakis KD, Azari R. Determinants and outcomes of patient-centered care. Patient education and
counseling 2011;85(1):46-52.