ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการบาดเจ็บและเจ็บป่วยจากความร้อนของแรงงานนอกระบบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

Main Article Content

นนทวัฒน์ ลำพันธ์
พันธมิตร ชวดพงษ์
จินดา คำแก้ว

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยจากความร้อนและปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยจากความร้อนของแรงงานนอกระบบในเขตอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างจำนวน 188 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ (IOC=0.91, Reliability=0.89) ครอบคลุมข้อมูลด้านลักษณะทางประชากร ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความเชื่อด้านสุขภาพ การรับรู้ความสามารถตนเอง และพฤติกรรมการป้องกัน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบ Chi-square test และ Fisher’s exact test ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05


ผลการวิจัยพบว่า แรงงานนอกระบบส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการป้องกันอยู่ในระดับสูง (mean=4.59, SD=0.65) โดยปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ รายได้ครัวเรือน การมีโรคประจำตัว ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และการรับรู้ความสามารถตนเอง (p < 0.05)


สรุปได้ว่า พฤติกรรมการป้องกันการเจ็บป่วยจากความร้อนของแรงงานนอกระบบมีความสัมพันธ์กันกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และปัจจัยทางจิตสังคม เช่น ความรอบรู้ด้านสุขภาพและการรับรู้ความสามารถตนเอง ผลการศึกษานี้จึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อใช้สนับสนุนการพัฒนาโครงการส่งเสริมสุขภาพและมาตรการป้องกันที่เหมาะสมกับแรงงานนอกระบบ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงจากการทำงานกลางแจ้งและการเผชิญกับความร้อนสูง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ลำพันธ์ น., ชวดพงษ์ พ., & คำแก้ว จ. (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการบาดเจ็บและเจ็บป่วยจากความร้อนของแรงงานนอกระบบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ, 19(1), 83–96. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JSH/article/view/287822
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข, กรมอนามัย. (2562). คู่มือการเฝ้าระวัง ป้องกัน และดูแลสุขภาพประชาชนจากภาวะอากาศร้อน. https://anamai.moph.go.th?utm_source=chatgpt.com

กระทรวงสาธารณสุข, กรมควบคุมโรค. (2567). รายงานสถานการณ์การเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อนของประเทศไทย ปี 2567. https://ddc.moph.go.th?utm_source=chatgpt.com

ณัฐธาวินี หรดี และสรันยา เฮงพระพรหม. (2566). การเจ็บป่วยจากความร้อนและการป้องกันในคนประจําเรือ. วารสารแพทย์นาวี, 50(3), 700 - 710. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nmdjournal/article/view/267799/183326

ทิพย์อัปษร วิชาทร และสุนิสา ชายเกลี้ยง. (2565). การประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการสัมผัสความร้อนของเกษตรกรตัดอ้อยในอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ. วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ, 15(1), 144-160. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JSH/article/view/250259/170743

ทัศน์พงษ์ ตันติปัญจพร. (2562). ความร้อน: ผลกระทบต่อสุขภาพ การตรวจวัดค่ามาตรฐานและการปรับตัวให้ทนกับสภาพความร้อน. วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ, 12(3), 1-16. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JSH/article/view/187302/159131

ธัญญารัตน์ ทราบจังหรีด และอุไรวรรณ อินทร์ม่วง. (2559). การเจ็บป่วยที่สัมพันธ์กับความร้อนของเกษตรกร ตำบลตะขบ อำเภอปังธงชัย จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 9(2), 53-59. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kkujphr/article/view/120963

ปฐมฤกษ์ มีสมบัติ, สุนิสา ชายเกลี้ง และอนุชนรา ตาลกุล คัสเฑอร์. (2562). ความชุกการเกิดโรคจากความร้อน เนื่องจากการทำงาของเกษตรกรเพาะปลูก. วารสารความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม, 4(2), 53-61. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/OHSWA/article/view/735/368

ประหยัด รูปคม. (2564). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนที่มีต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันตนเองขณะทำงานในประชาชนที่ประกอบอาชีพทำอิฐมอญ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม.วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 9(3), 238-251. https://he05.tci-thaijo.org/index.php/CHDMD_KKU/article/view/7039/6363

วรินธร เศษสุวรรณ. (2568). การศึกษาสุขภาพของชุมชนบ้านดงน้อย ตำพระธาตุ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม. วารวิชาการและการวิจัยทางสังคมศาสตร์, 1(3), 18-25. https://so13.tci-thaijo.org/index.php/J_ARSC/article/download/2770/1908/19814

วิโรจน์ ไววานิชกิจ. (2566). อาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อมกับผลกระทบของความร้อนต่อสุขภาพ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วีระศักดิ์ อุดมโชค และนิรันดร์ วิทฑิตอนันต์. (2534). โลกร้อน. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 18(1-2), 44-58. https://kukr.lib.ku.ac.th/kukr/Detail/info/201219

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2562). รายงานการสำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2562. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. https://www.nso.go.th/

อมรา ไชยกาญจน์ และอุรารัตน์ แน่นหนา. (2550). โรคลมแดด และโรคเพลียแดด. ธรรมศาสตร์เวชสาร, 7(4), 384-392. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tmj/article/view/21917/18905

อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2547). ชีวสถิติในงานวิจัย. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.

Conaty, S. J., Ghosh, S., Ashraf, K., Taylor, K. H., Truman, G., Noonan, H., Dronavalli, M., & Jalaludin, B. (2023). Heat illness presentations to emergency departments in Western Sydney: surveillance for environmental, personal, and behavioural risk factors. Public health research & practice, 33(4), 1-9. https://doi.org/10.17061/phrp3342331

Health Canada. (2011). Communicating the Health Risks of Extreme Heat Events. GLOBAL HEAT HEALTH INFORMATION NETWORK, https://heathealth.info/wp-content/uploads/heat-chaleur-eng.pdf.

Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267. https://doi.org/10.1093/heapro/15.3.259

Rossati, A. (2017). Global warming and its health impact. International Journal of Occupational and Environmental Medicine, 8(1), 7–20. https://doi.org/10.15171/ijoem.2017.963

Wiwatanadate, P. (2007). Climate change and occupational heat stress risks and adaptation in Thailand. Journal of Environmental and Occupational Health, 1(1), 45–53.