การพัฒนารูปแบบการจัดการป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในเด็ก ก่อนวัยเรียนกลุ่มเสี่ยงของผู้ดูแลแบบมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
กลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, เด็กก่อนวัยเรียน, การมีส่วนร่วมของชุมชน, ผู้ดูแลบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในเด็กก่อนวัย เรียนกลุ่มเสี่ยงของผู้ดูแลแบบมีส่วนร่วมของชุมชน กลุ่มผู้ร่วมดำเนินการวิจัย คือ ผู้ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนกลุ่มสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำนวน 24 คน อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านจำนวน 6 คน และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจำนวน 2 คน รวบรวม ข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติพรรณนาและ Paired sample t-test
ผลการศึกษาพบว่า 1. ผู้ดูแลมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในเด็กก่อนวัยเรียนไม่เพียงพอ ขาดการรับรู้ ความสามารถของตนเอง มีพฤติกรรมการเลี้ยงดูด้านสุขภาพไม่เหมาะสม และต้องการที่จะเรียนรู้แนวทางในการป้องกันโรคไม่ติดต่อ เรื้อรัง 2. กลวิธีในการพัฒนารูปแบบการจัดการป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในเด็กก่อนวัยเรียนกลุ่มเสี่ยงของผู้ดูแลแบบมีส่วน ร่วมของชุมชน ได้แก่ 1) ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในเด็กก่อนวัยเรียน 2) สร้างการรับรู้ความสามารถของ ตนเอง 3) ส่งเสริมทักษะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กด้านสุขภาพ และ 4) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในชุมชนใน การป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 3. ผลการดำเนินการ ผู้ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในเด็ก ก่อนวัยเรียนเพิ่มขึ้น การรับรู้ความสามารถของตนเองเพิ่มขึ้น และมีพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กด้านสุขภาพโดยรวมเหมาะสมขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยภายหลังการพัฒนาได้รูปแบบการป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในเด็กก่อนวัยเรียน สำหรับผู้ดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยงในชุมชนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทในชุมชน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Department of Disease Control, Ministry of Public Health. Research plan for prevention and control of diseases and health threats. 2019-2021. Bangkok; Printing House of the Agricultural Cooperatives Association of Thailand; 2019. (in Thai)
Non-communicable diseases research unit Health Science Research Institute. A study of risk factors during pregnancy and the first year of life with metabolic syndrome and vascular disease in a 30-year follow-up study. Retrieved 24 September 2021.
Bandura, A. Self-efficacy. In the corsini encyclopedia of psychology (4ed). Hoboken, New jersey: John Wiley & Son; 2010.
Sukdee S, Ittarakamhang U, Duangjan P. Health Behaviors of Non-Communicable Disease Risk Groups by Participatory Process in Community Knowledge Management in Bang Kluea Subdistrict Chachoengsao Province. Journal of Health Education. 2017; 40(1). 38-52.
Thienpuridej T, Samekhumhom D, Wanngamwiset S. Factors influencing nutritional status of pre-school age children development centers in subdistrict municipality Mueang Si Khai subdistrict Warinchamrab district, Ubonratchathani province. Journal of The Royal Thai Army Nurses. 2020; 23(3). 149-57. (in Thai)
Department of Health, Ministry of Public Health. Implementation of the World Health Organization Growth Standards 2006 in children from birth to 5 years. Bangkok; Printing House of the Agricultural Cooperatives Association of Thailand; 2015. (in Thai)
Best JW. Research in education. New jersey. Prentice-Hall; 1977.
Best JW. Research in education. New jersey. Prentice-Hall; 1981.
Kemmis S, Mctaggart R. The action research planer 3rded. Victoria. Deakin university; 1988. Polit, D.F., & Beck, C. T. Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice. Philadelphia; Lippincott Williams & Wilkins; 2008.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารพยาบาลทหารบก

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารพยาบาลทหารบกเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการหรือสมาคมพยาบาลทหารบก ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลทหารบก
The ideas and opinions expressed in the Journal of The Royal Thai Army Nurses are those of the authors and not necessarily those
of the editor or Royal Thai Army Nurses Association.


