ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงโรงพยาบาลตติยภูมิ

ผู้แต่ง

  • สุวิมลรัตน์ รอบรู้เจน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ
  • โสภาพันธ์ งานจัตุรัส โรงพยาบาลชัยภูมิ
  • วัชรพล ทองควัน คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
  • วันเพ็ญ สมหอม คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
  • ธรณินทร์ คุณแขวน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  • อณัญญา ลาลุน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  • ไพฑูรย์ วุฒิโส คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการป้องกันโรค, โรคหลอดเลือดสมอง, ผู้สูงอายุ, กลุ่มเสี่ยง, โรงพยาบาลตติยภูมิ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาล ตติยภูมิ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลตติยภูมิ
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงพรรณา (Descriptive research) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรค หลอดเลือดสมองใน ผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลตติยภูมิ จำนวน 136 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นตาม กรอบแนวคิดทฤษฏีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ และแรงสนับสนุนทางสังคม มี 5 ส่วน 1) ข้อมูลทั่วไป 2) ความรู้เกี่ยวกับโรค หลอดเลือดสมอง 3) ปัจจัยการรับรู้โอกาสเสี่ยง ความรุนแรง การรับรู้ประโยชน์ และอุปสรรคของการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคหลอด เลือดสมอง 4) แรงสนับสนุนทางสังคมและ5) พฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ค่าดัชนีความตรงของเนื้อหา เท่ากับ 0.88 แบบสอบถามความรู้ หาค่า KR - 20 เท่ากับ 0.82 มีค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยงแบบสอบถามส่วนที่ 3 - 5 เท่ากับ 0.84, 0.81 0.86 และทั้งฉบับ เท่ากับ 0.86 ตามลำดับ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ วิเคราะห์การถดถอยพหุ โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ผลวิจัยพบว่า 1) ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง มีความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 43.4 มีปัจจัยรับรู้โอกาส เสี่ยงเพื่อป้องกันโรคการเป็นโรคหลอดเลือดสมองอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 71.3 ปัจจัยการรับรู้ความรุนแรงความรุนแรงของ โรคหลอดเลือดสมอง อยู่ในระดับมาก ร้อยละ 81.6 ปัจจัยการรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคการเป็นโรคหลอดเลือด สมอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 52.2 ปัจจัยการรับรู้อุปสรรคของการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองเพื่อ ป้องกันโรคการเป็นโรคหลอดเลือดสมองอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 45.6 ปัจจัยแรงสนับสนุนทางสังคมด้านการสื่อสารอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 54.4 ปัจจัยแรง สนับสนุนทางสังคมด้านอารมณ์จากครอบครัว ในระดับปานกลาง ร้อยละ 69.5 ปัจจัยแรงสนับสนุนทางสังคมจากเพื่อนบ้านรวมอยู่ ในระดับปานกลาง ร้อยละ 63.2 ปัจจัยแรงสนับสนุนทางสังคมจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 56.6 และพฤติกรรม การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 89.7 ปัจจัยที่มีการรับรู้ความรุนแรงของโรค (B = 0.080) และ แรงสนับสนุนทางสังคมทางด้านอารมณ์และครอบครัว (B = 0.109) สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอด เลือดสมองในผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลตติยภูมิ ในภาพรวมได้ร้อยละ 8.8 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<.05

Downloads

Download data is not yet available.

ประวัติผู้แต่ง

โสภาพันธ์ งานจัตุรัส, โรงพยาบาลชัยภูมิ

 

 

วัชรพล ทองควัน, คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

 

 

วันเพ็ญ สมหอม, คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

 

 

ธรณินทร์ คุณแขวน, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

 

 

อณัญญา ลาลุน, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

 

 

ไพฑูรย์ วุฒิโส, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

 

 

เอกสารอ้างอิง

Department of Disease Control. Information from a report from the Office of Policy and Strategy. Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health. Nonthaburi: Health System Development Group Bureau of Non-Communicable Diseases; 2017. (in Thai)

Feigin VL. Stroke epidemiology in the developing world. Lancet (London,England) 2005; 365: 2160–1.

Strategy and Planning Division. Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health. Public health statistics. Nonthaburi: Strategy and Planning Division; 2019. (in Thai)

Strategy and Planning Division. Bureau of Non-communicable Diseases. Annual Report 2016. Bangkok: Office of Printing Works Veterans Relief Organization under the royal patronage; 2016. (in Thai)

International Health Policy Development Agency. Report on the Burden of Disease and Injury of the Thai Population 2014. Nonthaburi: The Graphico Systems; 2017. (in Thai)

Institute of Neurology, Department of Medicine, Ministry of Public Health. Nursing Guidelines for Stroke Patients For general nurses. Bangkok: Thana Press; 2016. (in Thai)

Nilnate N. Risk Factors and Prevention of Stroke in Hypertensive Patients. Journal of The Royal Thai Army Nurses, 2019; 20(2): 51-57. (in Thai)

Chanaphan Y. & Settheetham D. Factors Associated with Stroke Prevention Behavior among Hypertension Patients in Kumpawapi District, Udon Thani Province. Journal of Sakon Nakhon Hospital. 2018; 21(2): 109-119. (in Thai)

Kumpangkaew K. Somboontanont W. & Leelahakul V. Relationships between Perceived Risk, Perceived warning signs and self-care behavior in Older adults at risk of Cerebrovascular Disease. Nursing Journal of the Ministry of Public Health.2015; 25(2): 40-56. (in Thai)

Carod-Artal FJ, Egido JA. Quality of life after stroke: the importance of a good recovery. Cerebrovascular Diseases (Basel, Switzerland). 2009; 27: 204- 14.

Becker, M. H., & Maiman, L. A. The health Belief Model: Origins and Correlation in Psychological Theory. Health Education Monography; 1975. 2. Winter: 336-385.

House, J.S. Work Stress and Social Support. Reading, Mass: Addison-Wesley; 1981.

Non-communicable disease office Department of Disease Control. World Paralysis Day Campaign Message Issue 2014 (fiscal year 2015). Nonthaburi: non-communicable disease office Department of Disease Control; 2015. (in Thai)

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement; 1970, 30(3): pp. 607-610.

Tijayoung S. The Factors Influencing Preventive Behaviors Amongst Risk Group Stroke Patients. Master of Nursing Thesis. (Department of Community Medicine Nursing). Nakhon Pathom: Christian University. 2014. (in Thai)

Best, J. W. Research in Education. (3 rded). New Jersey: Prentice hall Inc.;1977.

Watcharanurak P. & Klubklay A. Factors Influencing Preventive Behavior among Stoke-Risk Patients in Songkhla Province. The Southern College Network Journal of Nursing and Public Health .2017; 4 (1): 217-232. (in Thai)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

02-01-2023

รูปแบบการอ้างอิง

1.
รอบรู้เจน ส, งานจัตุรัส โ, ทองควัน ว, สมหอม ว, คุณแขวน ธ, ลาลุน อ, วุฒิโส ไ. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงโรงพยาบาลตติยภูมิ. J Royal Thai Army Nurses [อินเทอร์เน็ต]. 2 มกราคม 2023 [อ้างถึง 15 มกราคม 2026];23(3):176-8. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/view/257532

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย