ผลของโปรแกรมการสอนแนะต่อพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านม ในสตรีกลุ่มเสี่ยง

ผู้แต่ง

  • สมฤดี อรุณจิตร คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • รุ้งระวี นาวีเจริญ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

โปรแกรมการสอนแนะ, พฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านม

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมของสตรีกลุ่ม เสี่ยงก่อนและภายหลังได้รับโปรแกรมการสอนแนะพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านม และ (2) เปรียบเทียบพฤติกรรมการป้องกัน มะเร็งเต้านมของสตรีกลุ่มเสี่ยงระหว่างกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการสอนแนะพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมกับกลุ่มที่ได้รับการสอน ตามปกติ กลุ่มตัวอย่าง คือ สตรีอายุ 35-59 ปี ที่เป็นญาติสายตรงหรือสายรองของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และ/หรือ สตรีที่ได้รับฮอร์โมน เอสโตรเจนนานมากกว่า 5 ปี ที่มารับบริการที่โรงพยาบาล โดยมีสตรีสนใจเข้าร่วมสมัครเป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 75 คน ผู้วิจัยสุ่ม กลุ่มตัวอย่าง ด้วยวิธีสุ่มอย่างง่ายโดยการจับฉลากแบบไม่แทนที่ จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 20 คน และกลุ่มทดลอง 20 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการสอนแนะพฤติกรรมการป้องกันมะเร็ง เต้านมที่โรงพยาบาลเลิดสิน ใช้ระยะเวลาประมาณ 60 นาที และได้รับการเยี่ยมบ้านในสัปดาห์ที่ 4 ภายหลังได้รับโปรแกรมการสอนแนะพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมที่โรงพยาบาล เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองประกอบด้วยโปรแกรมการสอนแนะพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านม เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและแบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านม ในขณะที่กลุ่มควบคุมได้รับการ สอนตามปกติจากพยาบาลวิชาชีพคลินิกผู้ป่วยนอกศัลยกรรมที่โรงพยาบาลเลิดสิน ระยะเวลาในการดำเนินการวิจัยจนถึงเก็บรวบรวม ข้อมูลสิ้นสุดที่สัปดาห์ที่ 8 สถิตที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทดสอบด้วยสถิติ The Wilcoxon Matched Pairs Testและ The Mann-Whitney U Test ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านม ของสตรีกลุ่มเสี่ยงภายหลังได้รับโปรแกรมการสอนแนะพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมดีกว่าก่อนได้รับโปรแกรมการสอนแนะ พฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ พฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมของสตรีกลุ่มเสี่ยง กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการสอนแนะพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านมดีกว่ากลุ่มที่ได้รับการสอนตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ดังนั้นพยาบาลวิชาชีพควรใช้โปรแกรมการสอนแนะพฤติกรรมการป้องกันมะเร็ง เต้านมในการรณรงค์ให้สตรีกลุ่มเสี่ยง ป้องกันโรคมะเร็งเต้านม

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Seechaturat N, Sikaew O, Durongritichai V. The analysis of breast cancer from thesis and independent studies in Thailand. HCU Journal 2015;34:43-60. (in Thai)

National Cancer Institute Thailand. Register at Cancer Hospital 2013. Bangkok: BTS PRESS; 2015. (in Thai)

Nation Cancer Institute. Breast Cancer Risk in American Women. Breast Cancer. National Cancer Institute at the National Institutes of Health; 2012.

Warathornpibun T. Consumption behavior: consumerism food and health-conscious food. Panyapiwat Journal 2015; 2: 255-64. (in Thai) 

National Health Security Office. Strategic framework for health promotion and disease prevention at the national level 2011-2015. Bangkok: Bureau of Policy and Strategy Ministry of Health; 2011. (in Thai)

Department of Mental Health. Happy to promote friendly co-workers. Department of Mental Health’s Community; 2015. (in Thai)

Saksiri W. Knowledge, attitudes about breast self-examination of women aged 30 years and older in the responsibilities of the Health Promoting Hospitals Ban Don Kha. 2015. (in Thai)

Seesawang J, Songwattayut P.The Effectiveness of Supportive-Educative Program on Knowledge, Attitude, and Skill of Self Breast Examination among Women. Journal of The Royal Thai Army Nurses 2013; 1: 17-24. (in Thai) 

Eaton J, Johnson R. Coaching successfully. United States: Dorling Kiddersley Plublishing; 2000 10. World Health Organization. Cancer control: Prevention. Switzerland; 2014.

Wongwanich S, Wiratchai N. The consultation thesis. Bangkok: Center textbooks and academic papers, Faculty of Education, Chulalongkorn University; 2003 

Suttitum W. Effects of coaching program on knowledge and nursing practices to prevent ventilator associated pneumonia [Master thesis of Nursing Science]. Faculty of Nursing, Chulalongkorn University; 2008. (in Thai)

Rukyou S, Lueboonthavatchai O, Navicharern R. The Effect of Coaching Program on Caregivers’ agency in Urinary catheterized Care for Spinal Cord Injured Patients. Thai Journal of Cardio-Thoracic Nursing 2015;1: 44-56. (in Thai)

Navicharern R, Aungsuroch Y, Thanasilp S. Effects of multifaceted nurse-coaching intervention in diabetic complications and satisfaction of persons with Type 2 diabetes. Journal of The Medical Association of Thailand 2009; 8: 1102-12.

Withmore R, Melkus G, Sullivan A, Grey A. A nurse-coaching intervention for women with type 2 diabetes. The Diabetes Educator 2004; 5: 795-804.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

21-08-2019

รูปแบบการอ้างอิง

1.
อรุณจิตร ส, นาวีเจริญ ร. ผลของโปรแกรมการสอนแนะต่อพฤติกรรมการป้องกันมะเร็งเต้านม ในสตรีกลุ่มเสี่ยง. J Royal Thai Army Nurses [อินเทอร์เน็ต]. 21 สิงหาคม 2019 [อ้างถึง 5 กุมภาพันธ์ 2026];20(2):289-97. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/view/210451

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย