ผลของการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต ที่ใส่ท่อระบายทรวงอกที่มีต่อความรู้ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลตำรวจ
คำสำคัญ:
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน, ผู้ป่วยวิกฤตที่ใส่ท่อระบายทรวงอกบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความรู้เรื่องการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใส่ท่อระบายทรวงอกของพยาบาล วิชาชีพกลุ่มทดลองก่อนและหลังการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 2) เปรียบเทียบความรู้เรื่องการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใส่ท่อ ระบายทรวงอกของพยาบาลวิชาชีพของกลุ่มทดลองที่ได้รับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับการสอนตามปกติ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใส่ท่อระบายทรวงอก ตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพจบใหม่ หอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลตำรวจ ที่ได้การเลือกแบบเจาะจง จำนวน 20 คน แล้ว สุ่มอย่างง่ายเป็น2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลองที่ได้รับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จำนวน 10 คน และกลุ่มควบคุมที่ได้รับการสอนตาม ปกติ จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใส่ท่อ ระบายทรวงอก 2) แบบทดสอบความรู้เรื่องการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใส่ท่อระบายทรวงอก และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ ต่อการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใส่ท่อระบายทรวงอก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย มัธยฐาน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนเบี่ยงเบนควอไทล์ การทดสอบวิลคอกซัน และการทดสอบแมน-วิทนีย์ยู ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังได้รับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนพยาบาลวิชาชีพกลุ่มทดลองมีคะแนนมัธยฐานความรู้เรื่อง การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใส่ท่อระบายทรวงอกสูงกว่าก่อนได้รับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) พยาบาลวิชาชีพกลุ่มทดลองมีคะแนนมัธยฐานความรู้เรื่องการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใส่ท่อระบายทรวงอกสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) พยาบาลวิชาชีพมีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่ใส่ท่อระบายทรวงอกโดยรวมอยู่ในระดับมากดังนั้น จึงควรส่งเสริมให้พยาบาลวิชาชีพจบใหม่ได้รับการสอนและทบทวนความรู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนควบคู่กับการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อให้มีความรู้ในการพยาบาลมากยิ่งขึ้น
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. ICU Trauma. Statistical report in I.C.U. trauma at Police General Hospital. 2016.
3. Corcoran JP, Hallifax RJ, Talwar A, Psallidas I, Sykes A, Rahman NM. Intercostal chest drain insertion by general physicians: attitudes, experience and implications for training, service and patient safety. Postgraduate Medical Journal. 2015; 91(1075): 244-250.
4. Harris A, O’Driscoll BR, Turkington PM. Survey of major complications of intercostal chest drain insertion in the UK. Postgraduate Medical Journal. 2010; 86(1012): 68-72.
5. Raetong, P. Role change experience: from nursing students to registered nurses. Thai Journal of Nursing Council. 2012; 27(2): 51-62.
6. Mamom J. Outcomes of computer-mediated review lesson on pressure-sore dressing as observed in second-year nursing students’ knowledge, practical skills and opinions. Thai Journal of Nursing Council. 2012; 27(3): 63-76.
7. Erb-arbS, Leevirat S. Effects of computer-assisted instruction for aerosol administration therapy in children on nurses’ knowledge and medication management skills and on children’s respiratory response. Thai Journal of Nursing Council. 2014; 29(4): 105-120.
8. IamsupasitS. Theories and techniques in behavior modification. Bangkok: Chulalongkorn University Printing House. 2013. (in Thai).
9. Norasan S, Khuwatsamrit K. The effect of computer-assisted instruction (CAI) on nursing student’s learning achievement toward nursing management for patients with intercostal chest drainage (ICD). Journal of Nursing and Education. 2008; 1(3): 50-62.
10. Buranasak J, Limruangrong P, Pungbangkadee R. The effect of computer assisted instruction of abdominal examination on knowledge, abdominal examination skills and satisfaction of nursing students. Journal of The Royal Thai Army Nurses. 2014; 15(3): 361-370. (in Thai).
11. Thongsawai S. Teaching technology with computer-assisted instruction. Academic journal 2009; 12(1): 49-53.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารพยาบาลทหารบกเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการหรือสมาคมพยาบาลทหารบก ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลทหารบก
The ideas and opinions expressed in the Journal of The Royal Thai Army Nurses are those of the authors and not necessarily those
of the editor or Royal Thai Army Nurses Association.


