การวิจัยและพัฒนารูปแบบการปรึกษาครอบครัว เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารระหว่างรุ่นในครอบครัว

ผู้แต่ง

  • กรรณิการ์ แสนสุภา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี
  • เพ็ญนภา กุลนภาดล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี
  • ดลดาว ปูรณานนท์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี

คำสำคัญ:

การปกครองครอบครัวแบบบูรณาการ, การสื่อสารระหว่างรุ่นในครอบครัว, ครอบครัวสามรุ่น

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการวิจัยและพัฒนารูปแบบการปรึกษาครอบครัว เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารระหว่างรุ่นใน ครอบครัว แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาการสื่อสารระหว่างรุ่นในครอบครัว ขั้นตอนที่ 2 เป็นวิจัยเชิงทดลอง เพื่อพัฒนารูปแบบการปรึกษาครอบครัวเพื่อเสริมสร้างการสื่อสารระหว่างรุ่นในครอบครัว และเพื่อศึกษาผลของ การใช้รูปแบบการปรึกษาครอบครัว ขั้นตอนที่ 3 เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบการปรึกษาครอบครัวไปใช้ โดยการ สร้างคู่มือและพิจารณาความเป็นไปได้ กลุ่มตัวอย่าง คือ ครอบครัวที่ประกอบด้วยสมาชิกสามรุ่น ได้แก่ รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นพ่อแม่ และรุ่นลูก ที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร

ผลการวิจัย ขั้นตอนที่ 1 พบว่า องค์ประกอบการสื่อสารระหว่างรุ่นในครอบครัว 6 ด้าน ได้แก่ ทักษะการเป็นผู้ฟัง ทักษะ การเป็นผู้พูด การเปิดเผยตนเองอย่างจริงใจ ความชัดเจน การอยู่ในหัวข้อสนทนาและการเคารพคู่สนทนา ขั้นตอนที่ 2 แบบวัดการ สื่อสารระหว่างรุ่นในครอบครัว มีจำนวน 58 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .96 และรูปแบบการปรึกษาครอบครัวเพื่อเสริมสร้างการ สื่อสารระหว่างรุ่นในครอบครัว เป็นการดำเนินการปรึกษาครอบครัว โดยใช้ทฤษฎีเชื่อมโยงระหว่างรุ่นเป็นฐานและบูรณาการใช้ เทคนิค I massage เทคนิคท่าทีการสื่อสาร เทคนิคการแสดงบทบาท และเทคนิคการชี้นำ จำนวน 8 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 8 สัปดาห์ ผลของการใช้รูปแบบการปรึกษาครอบครัว พบว่า ครอบครัวที่ได้รับการปรึกษาครอบครัว มีค่าเฉลี่ยคะแนนการสื่อสารระหว่างรุ่นในครอบครัวแตกต่างกับครอบครัวที่ไม่ได้รับการปรึกษาในระยะหลังทดลอง อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 และครอบครัวที่ได้รับการปรึกษาครอบครัว มีค่าเฉลี่ยคะแนนการสื่อสารระหว่างรุ่นในครอบครัวในระยะหลัง ทดลอง แตกต่างจากระยะก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และขั้นตอนที่ 3 ผลการศึกษาความเป็นไปได้ของ รูปแบบการปรึกษาครอบครัว พบว่ามีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Daechacoop J. Danger :Thai family survival in the changing tide. Doccument for family academic conference 2015. Thai family study organization.2015; 24(1): 5-8. (in thai)

Miller M. Interpersonal Communication. Oxford Research encyclopedias of Communication. 2017; 23(4): 1-17.

Peek C. Features of Thai Families in the Era of Low Fertility and Longevity. State of Thailand’s Popular Report 2015.United Nations Population Fund Thailand.1st ed. Thailand: The United Nations Population Fund Thailand and the Office of the National Economic and Social Development Board; 2016.

Sillars A. Conversation and Conformity Orientations as Predictors of Observed Conflict Tactics in Parent-Adolescent Discussions.Journal of Family Communication.2014; 14(1): 16-31.

Paul F. C. Psychological research as the Phenomenologist views it. In Existential – Phenomenological Alternatives for Psychology (Valle R. & King M. eds). London: Oxford University Press ;1978: 48-71.

Gerald C. Theory and practice of counseling and psychotherapy. 10th ed. CA: Thomson Brooks-Cole/ Wadsworth; 2019.

Central T. The relationship between family communication patterns and internet addiction. International Journal of Psychology and Behavioral Research.2012; 5(3): 27-31.

Kulnapadol P. Transgenerational family counseling : From theoretical perspective to pratice. Journal of education Burapha university.2014; 23(3): 23-27. (in thai)

Kulnapadol P. Family Counseling. 2 nd ed. Bangkok: Ham compute offset; 2017: 132-151. (in thai)

Gerald C. Theory and practice of counseling and psychotherapy. 10th ed. CA: Thomson Brooks-Cole/ Wadsworth; 2019.

Chaleoykitti S. Submission Preparation Checklist. Journal of Thai Army Nurses. 2015; 16(3); 138-139. (in thai)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

24-04-2020

รูปแบบการอ้างอิง

1.
แสนสุภา ก, กุลนภาดล เ, ปูรณานนท์ ด. การวิจัยและพัฒนารูปแบบการปรึกษาครอบครัว เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารระหว่างรุ่นในครอบครัว. J Royal Thai Army Nurses [อินเทอร์เน็ต]. 24 เมษายน 2020 [อ้างถึง 13 มกราคม 2026];21(1):274-82. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/view/191209

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย