การพัฒนางานดูแลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย หอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
คำสำคัญ:
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย, การดูแลผู้ป่วยวิกฤต, วิจัยพัฒนาเชิงทดลอง, งานประจำสู่งานวิจัย, การพัฒนารูปแบบบทคัดย่อ
ผู้ป่วยวิกฤต จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย การวิจัยพัฒนาเชิงทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อน-หลัง การทดลองนี้ เพื่อพัฒนารูปแบบการดำเนินงานดูแลผู้ป่วยได้รับสารน้ำ ทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย นำไปทดลองที่หอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรมโรงพยาบาลรามาธิบดี ระหว่าง 16 มิถุนายน 2560 ถึง 15 กันยายน 2560 ให้หอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นพื้นที่ควบคุม กลุ่มตัวอย่างด้านงาน คือ การดำเนินงานดูแลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย ในช่วงก่อนและหลังการทดลอง รวม167 ครั้ง กลุ่มตัวอย่างด้านคน คือ ผู้รับบริการ 69 คน ผู้ให้บริการ 47 คน ผู้บริหาร 2 คน รวม 118 คน (163 ครั้ง) วัดผลการดำเนินงาน 5 ด้าน คือ ด้านปริมาณ คุณภาพ ระยะเวลาที่ใช้ ความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง และ ด้านเศรษฐศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าสถิติที ค่าสถิติแพร์ที ค่าสถิติวิลค็อกสัน ค่าสถิติแมนวิทย์นียู ที่ระดับแอลฟา .05 และการวิเคราะห์เนื้อหา พบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้น ได้นำหลักวิชาการที่เกี่ยวข้อง มาประยุกต์อย่างสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ทดลอง โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ประกอบด้วย 11 หลักการ มีโครงสร้างด้านคน เงิน ของ และระบบงาน ที่เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ผู้ปฏิบัติ สามารถนำไปใช้ให้เกิดการรับรู้ เข้าใจ ปฏิบัติได้ ด้วยการเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีวิธีการนำรูปแบบไปดำเนินการอย่างต่อเนื่องสู่ความยั่งยืน ที่สามารถทำได้จริงในบริบทของโรงพยาบาลรามาธิบดี เน้นการปฏิบัติที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูง ได้จัดทำผังการไหลเวียนของงานดูแลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย เป็นลายลักษณ์อักษร โดยใช้ผู้ป่วยและหลักการพยาบาลเป็นศูนย์กลาง หลังการทดลอง พบว่า ปริมาณงานไม่เพิ่มขึ้น อัตราความถูกต้องของการปฏิบัติตามมาตรฐานเพิ่มขึ้น (p=.003) ระยะเวลาที่ใช้ไม่เพิ่มขึ้น ความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติงานไม่ลดลง และต้นทุนต่อหน่วยในการให้บริการลดลง (p<.001) เสนอแนะให้ดำเนินการวิจัยต่อไปให้ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาล และพัฒนาจนเป็นตัวแบบที่ดีของประเทศที่มีประสิทธิภาพสูงยิ่งๆขึ้น เสนอให้เพิ่มความเข้มข้นในนโยบายการให้บริการสุขภาพ ที่เน้นการทำงานแบบบูรณาการ และการมีส่วนร่วมของทีมสหสาขาวิชาชีพ ให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Abolfotouh MA, Salam M, Bani-Mustafa A, White D, Balkhy HH. Prospective study of incidence and predictors of peripheral intravenous catheter-induced complications. Therapeutics and clinical risk management. 2014; 10:993-1001.
Dychter SS, Gold DA, Carson D, Haller M. Intravenous therapy: a review of complications and economic considerations of peripheral access. Journal of infusion nursing: the official publication of the Infusion Nurses Society. 2012 Mar-Apr; 35(2): 84-91. [6]
Ray Higginson, Andrew Parry. Pheblitis: treatment, care and prevention. Nursing Times. 2011. 107(36): 18-21.
Susanne Suttich. Fulfill All Your CE Requirement Through IV Nurse Consultant (IVNC). IV Newsletter. 2012. 15: 1-8.
Complications of peripheral I.V. Therapy. Nursing made Incredibly Easy: January/February. 2008. 6(1): 14-18.
Supranee Senadisai, Wannapa Prapaipanich. Basic Nursing Concepts and practices. Bangkok: Judthong Company Limited. 2011. (In Thai)
Sirirat Chatachaisucha, Prangtip Ucharattana, Natthawang Boonchan, Editor. Basic skills in nursing: Department of Foundation Nursing Faculty of Nurse Mahidol University. 2010. (In Thai)
Somchart Torugsa. (2557). Application of administrative principles For continuous and sustainable work development. 1st ed. Bangkok: Department of Public Health Administration Faculty of Public Health Mahidol University. 2014. (In Thai)
Pennapa Prompriang, Jittaporn Chitreecheur, Pikul Boonchuang. Effects of Evidence-based Practice Promotion for Infection Prevention on Knowledge and Practices Among Nurses and Incidence of Peripheral Intravenous Infection in a Community Hospital. Thai Journal of Nursing Council. 2009. 24(3): 31-41. (In Thai)
Guideline for Peripheral Intravenous Catheters (PIVC). Centre for Healthcare Related Infection Surveillance and Prevention & Tuberculosis Control. 2013. 1-14.
Chasri D., Pookboonmee R., Orathai P. Effect of Self-Efficacy Promotion on Caregiver’s Confidence of Participation in Child Care before Discharge from Pediatric Intensive Care Unit. Journal of The Royal Thai Army Nurses. 2018;19(3):234-242.(in Thai).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารพยาบาลทหารบกเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการหรือสมาคมพยาบาลทหารบก ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลทหารบก
The ideas and opinions expressed in the Journal of The Royal Thai Army Nurses are those of the authors and not necessarily those
of the editor or Royal Thai Army Nurses Association.


