การศึกษาอัตรากำลังบุคลากรทางการพยาบาล ตามมาตรฐาน กิจกรรมการพยาบาล ในหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม โรงพยาบาลเลิดสิน
คำสำคัญ:
อัตรากำลังบุคลากรทางการพยาบาล, มาตรฐานกิจกรรมการพยาบาล, หอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอัตรากำลังบุคลากรทางการพยาบาลในหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม ตามมาตรฐาน กิจกรรมการพยาบาล และเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของอัตรากำลังบุคลากรทางการพยาบาลในหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพ 22 คน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ 3 คน และผู้ป่วยทุกรายที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรมโรงพยาบาลเลิด สินในช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล จ ำนวน 280 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลการจำแนกประเภทผู้ป่วย แบบบันทึกกิจกรรมการพยาบาล คู่มือพจนานุกรมกิจกรรมการพยาบาล และแบบสอบถามความเป็นไปได้ต่อการจัดอัตรากำลัง ซึ่ง ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยถือเกณฑ์ที่ผู้ทรงคุณวุฒิยอมรับ ร้อยละ 80 และตรวจสอบความเที่ยง ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องของการสังเกตเท่ากับ 0.91 ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1- 30 กันยายน 2560 สถิติที่ใช้ในการ วิจัยคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้สูตรการคำนวณอัตรากำลังของสำนักพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข (2551) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
- ความต้องการการพยาบาลของผู้ป่วยเฉลี่ยต่อรายที่มีสภาวะความเจ็บป่วยในระดับความรุนแรงที่หนักปานกลาง, หนัก และหนักมาก ใน 24 ชั่วโมง เท่ากับ 20.08 ชั่วโมง 32.76 ชั่วโมง และ 36.64 ชั่วโมง ตามลำดับ และไม่พบผู้ป่วยประเภทที่ 1 ในระหว่างที่เก็บข้อมูล (ผู้ป่วยระยะพักฟื้น)
- จำนวนอัตรากำลังบุคลากรทางการพยาบาลที่ต้องการในหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม โรงพยาบาลเลิดสิน ประกอบด้วย พยาบาลวิชาชีพ 28 คน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ 8 คน
- ผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดอัตรากำลังของหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับ ความเป็นไปได้ต่อการจัดอัตรากำลังอยู่ในระดับที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับมาก
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. Cimiotti P.J., Aiden H.L., Sloane M.D., Wu S.E. Nurse staffing, burnout and health care- associated infection. American Journal of Infection
Control. 2012; 40:486-489.
3. Chipakdee Ch. Nurse staffing, Job satisfaction and selected patient outcomes [dissertation]. Chiangmai: Chiangmai University; 2006. (in Thai)
4. Wongpimoln B. The asscociation between nurse staffing, nurse’ work environment and nurse’ health related quality of life in general hospitals northeastern Thailand [dissertation]. Khonkaen: Khonkaen University ; 2012. (in Thai)
5. Ministry of Public Health, Nursing Division. Guidelines for nursing staffing, Bangkok: Printing of the express transportation organization; 2009 (in Thai)
6. Chulay, M. & Burn, S. M. 2010. AACN Essentials of critical care nursing. (2nded). Virginia : Mc Graw-Hill
7. Urden L.D. and Roode J.L. Work sampling : A decision making tool for determining resources and work erdesign. Jorunal of Nursing Administration. 1997; 27(9): 34-41.
8. Polit D.F., Hungler B.P. Nursing research : Principle method. (6th .ed). Philadelphia: J.B. Lippincott; 1999
9. Saengsirirojn A. A study of nursing staffing based on nursing activities in surgical intensive care unit; A study of Maharaj nakorn chiangmai
Hospital. [dissertation]. Bangkok: Chulalongkorn University: 2002.(in Thai)
10. Sunakaew S. Nurse staffing emergency department, Bangpae Hospital [dissertation]. Bangkok: Chulalongkorn University: 2010. (in Thai)
11. Unhasuta K. Guideline to procedure of nursing care in emergency department. Bangkok: Kong-Kan-Pim; 2011.(in Thai)
12. Chaaleoykitti S., Kamprow P., Promdet S. Patient safety and quality of nursing service. Journal of The Royal Thai Army Nurses. 2014;15(2):
66-70. (in Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความหรือข้อคิดเห็นใดใดที่ปรากฏในวารสารพยาบาลทหารบกเป็นวรรณกรรมของผู้เขียน ซึ่งบรรณาธิการหรือสมาคมพยาบาลทหารบก ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลทหารบก
The ideas and opinions expressed in the Journal of The Royal Thai Army Nurses are those of the authors and not necessarily those
of the editor or Royal Thai Army Nurses Association.


