ปัญหาและอุปสรรคต่อการร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในคนในประเทศไทย
คำสำคัญ:
การวิจัยในคน, ร่างพระราชบัญญัติ, ปัญหาบทคัดย่อ
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ควรได้รับความคุ้มครองและไม่อาจล่วงละเมิดได้นั้น เป็นหลักสากลที่ได้รับการยอมรับและมีการรับรองไว้ในข้อตกลงระหว่างประเทศ ได้แก่ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและอนุสัญญาแห่งยุโรปว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานซึ่งทำให้นักกฎหมายมหาชนทั่วโลกมีความตระหนักและมีการบัญญัติกฎหมายภายในประเทศต่างๆ สำหรับประเทศไทยมีการบัญญัติคำว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” เป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และยังคงอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 4 ซึ่งบังคับใช้ในปัจจุบัน ดังนั้นการกระทำใดๆ ที่มิได้เคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แม้จะเป็นการวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่มีคุณค่าทางวิชาการย่อมกระทำไม่ได้ แต่เนื่องจากการพัฒนาของกฎหมายไทยในเรื่องดังกล่าวยังมีปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ถึงแม้จะมีหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งได้แก่ ความซ้ำซ้อนของหน่วยงานที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ความแตกต่างของสาระสำคัญตามร่างพระราชบัญญัติที่หน่วยงานของรัฐ แต่ละหน่วยงานดำเนินการร่างขึ้น ดังนั้นผู้เขียนจึงเห็นความสำคัญในการวิเคราะห์ประเด็นต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัติที่มีอยู่ในปัจจุบันและก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกันมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
2. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 ตอนที่ 46 ก (10 กันยายน 2540): 6-10.
3. วิชัย โชควิวัฒน, ทิพิชา โปษยานนท์. แนวทางจริยธรรมสากลสำหรับการวิจัยในมนุษย์ของสภาองค์การสากลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (International ethical guidelines for biomedical research involving human subjects). นนทบุรี: สถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์; 2552.
4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; กระทรวงสาธารณสุข. ICH Good Clinical Practice Guideline ฉบับภาษาไทย, 2543. นนทบุรี: กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข; 2543.
5. สุชาติ จองประเสริฐ, อชิรญา เลิศพรตสมบัติ. คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติการวิจัยทางคลินิกที่ดี (จีซีพี) (Handbook for good clinical research practice (GCP) : guideline for implementation), นนทบุรี: โปรแกรมคอมพิวกราฟฟิค; 2553.
6. ธาดา สืบหลินวงศ์, บรรณาธิการ. แนวทางจริยธรรมการทำวิจัยในคนในประเทศไทย พ.ศ. 2550. กรุงเทพ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
7. วิชัย โชควิวัฒน์, นุสรา ไทยธวัช, ธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์. จริยธรรมในการวิจัยการดูแลสุขภาพในประเทศกำลังพัฒนา (The ethics of research related to healthcare in developing countries) คณะกรรมการชีวจริยธรรมนัฟฟีลด์ (Nuffield Council on Bioethics). นนทบุรี: สถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์; 2552.
8. สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน. ร่างพระราชบัญญัติการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ฉบับรับฟังความคิดเห็น 11 กันยายน 2550 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2550 [วันที่ค้นข้อมูล 2 ตุลาคม 2557]. แหล่งข้อมูล : URL: http://www.ecmoph.com/files/archives/decree-prin.pdf
9. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. ร่างพระราชบัญญัติการวิจัยในคน 9 กรกฎาคม 2556 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; 2556 [วันที่ค้นข้อมูล 2 ตุลาคม 2557]. แหล่งข้อมูล:URL:http://www.nrct.go.th/th/Portals/0/data/%E0%B8%AA%E0%B8%81/%E0%B8%99%E0%B8%95/%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99.pdf
10. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (Regislative drafting manual). คู่มือแบบการร่างกฎหมาย, 2551. กรุงเทพ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา; 2551. หน้า 23.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ถือเป็นผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ วิจารณ์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และผู้นิพนธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง