ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อความรู้ พฤติกรรมการควบคุมโรค และความดันโลหิต ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ ที่มารับบริการที่คลินิกโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย

ผู้แต่ง

  • วัชรพงษ์ คำหล้า โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย

คำสำคัญ:

ความรู้, พฤติกรรมการควบคุมโรค, ความดันโลหิต, กระบวนการกลุ่ม

บทคัดย่อ

     การวิจัยเชิงทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อความรู้ พฤติกรรมการควบคุมโรค ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัย ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ ที่มารับบริการรักษาพยาบาลที่คลินิกโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ที่มีอายุระหว่าง 35-59 ปี จำนวน 82 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบจำนวนกลุ่มละ 41 คน ซึ่งเลือกด้วยวิธีเจาะจงให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ใช้เครื่องมือ 3 ชนิด คือ 1. ชุดกิจกรรมกระบวนการกลุ่ม 2. แบบสอบถามประเมินความรู้โรคความดันโลหิตสูง และพฤติกรรมการควบคุมโรคความดันโลหิตสูง 3. เครื่องวัดความดันโลหิตที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว
     ผลการวิจัย พบว่า คะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง พฤติกรรมการควบคุมโรคและความดันโลหิต หลังการทดลองสัปดาห์ที่ 8 ของกลุ่มทดลองดีกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ค่าคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง พฤติกรรมการควบคุมโรคและความดันโลหิต ของกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบหลังการทดลองและระยะติดตาม ของกลุ่มทดลองดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) คะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง พฤติกรรม การควบคุมโรคและความดันโลหิต ของกลุ่มทดลองในระยะเวลาทดลองที่แตกต่างกัน ระยะติดตามและระยะหลังการทดลอง ดีกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001)
     ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการใช้กระบวนการกลุ่มมีผลทำให้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ มีความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง พฤติกรรมการควบคุมโรค ส่งผลทำให้ระดับความดันโลหิตต่ำลงจึงสามารถนำกระบวนการกลุ่มนี้ไปขยายผลประยุกต์ใช้ในกลุ่มของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงกลุ่มอื่นๆ ที่มารับการรักษาทั้งในระดับทุติยภูมิ และปฐมภูมิ ในอำเภอเวียงป่าเป้าต่อไปได้ รวมถึงการนำไปปรับใช้ได้ในผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ ได้

เอกสารอ้างอิง

1. World Health Organization. Global status on noncommunicable diseases 2010. Geneva 27, Switzerland: World Health Organization 2011.
2. Institute for Health Metrics and Evaluation. The Global Burden of Disease: Generating Evidence, Guiding Policy: Institute for Health Metrics and Evaluation; Seattle, WA: IHME, 2013.
3. ทักษพล ธรรมรังสี, วีรนุช ว่องวรรธนะกุล, วิชชุกร สุริยะวงศ์ไพศาล. รายงานสถานการณ์โรค NCDs วิกฤติสุขภาพ วิกฤตสังคม. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี: สำนักวิจัยนโยบายสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP); 2557.
4. วิชัย เอกพลากร. การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 ในปี 2551-2552. นนทบุรี: บริษัท เดอะ กราฟิโก ซิสเต็มส์ จำกัด; 2553.
5. สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ. รายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย พ.ศ. 2552. นนทบุรี: บริษัท เดอะ กราฟิโก ซิสเต็มส์ จำกัด; 2555.
6. โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย. ข้อมูลคลินิกโรคความดันโลหิตสูง. เชียงราย: กลุ่มงานยุทธศาสตร์และงานประกัน. โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า; 2557.
7. Michel Burnier. Medical Adherence and Persistence as the Cornerstone of Effective Antihepertensive Therapy. American Journal of Hypertension. 2006;19(11):1190-96.
8. The seventh report of the Joint National Committee on prevent, detection, evaluation and treatment of high blood pressure [database on the Internet]. NIH publication. 2003 [cited 2015 September 20th,]. Available from: URL: www.nhbi.nih.gov/guidelines/hypertension/jnc7full.pdf.
9. ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. ทฤษฎีและโมเดล การประยุกต์ใช้ในงานสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: ยุทธรินทร์การพิมพ์; 2553.
10. ฉวีวรรณ บุญสุยา. สถิติวิจัยสำหรับงานสาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: เสนาการพิมพ์; 2551.
11. มยุรี สร้อยศรีสวัสดิ์. เปรียบเทียบผลของการให้ความรู้และคำปรึกษาในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงด้วยวิธีการกลุ่ม 2 รูปแบบ ในโรงพยาบาลพระพุทธบาท. [วิทยานิพนธ์]. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร; 2555.
12. กวี เมฆประดับ. ผลของการจัดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพเพื่อควบคุมและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้สูงอายุที่มีความดันโลหิตสูงอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก. [วิทยานิพนธ์]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2552.
13. จิราวดี สินไชย. ผลของการมีส่วนร่วมในกระบวนการพยาบาลต่อระดับการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2557.
14. ปริชาติ กาญจนพังคะ. โปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะของตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพ และระดับความดันโลหิตสูง. [วิทยานิพนธ์]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2550.
15. สุภาวดี ตงสกุลรุ่งเรือง. เปรียบเทียบผลการให้คำปรึกษากับการให้ข้อสนเทศต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. [วิทยานิพนธ์]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2552.
16. สุธี วรรณา. การสร้างเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ กิ่งอำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2551.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-10-19

รูปแบบการอ้างอิง

1.
คำหล้า ว. ผลของการใช้กระบวนการกลุ่มต่อความรู้ พฤติกรรมการควบคุมโรค และความดันโลหิต ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ ที่มารับบริการที่คลินิกโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย. JPMAT [อินเทอร์เน็ต]. 19 ตุลาคาม 2018 [อ้างถึง 3 กุมภาพันธ์ 2026];6(2):150-6. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPMAT/article/view/151245

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย