การประเมินประสิทธิผลของสื่อการเรียนรู้ด้านโภชนาการสำหรับทารกและเด็กปฐมวัยในคลินิกเด็กสุขภาพดี: การศึกษาแบบพหุสถาบัน

ผู้แต่ง

  • อลิศา เวชรักษ์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • จุฬารักษ์ กวีวิวิธชัย โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • นัยนา ณีศะนันท์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
  • พัชราภา ทวีกุล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • นฤมล เด่นทรัพย์สุนทร ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • อรภา สุธีโรจน์ตระกูล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
  • เรืองวิทย์ ตันติแพทยางกูร ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ กองกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
  • นพร อึ้งอาภรณ์ สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  • อรพร ดำรงวงศ์ศิริ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

คำสำคัญ:

อาหารทารกและเด็กเล็ก, สื่อการให้ความรู้, คลินิกเด็กสุขภาพดี

บทคัดย่อ

ในปัจจุบัน ยังคงพบการให้อาหารทารกและเด็กเล็กที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของทารกและเด็กเล็ก ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารสำหรับทารกและเด็กจะทำให้ผู้เลี้ยงดูสามารถให้อาหารเด็กได้อย่างเหมาะสม การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการได้รับความรู้จากการรับสื่อเรื่องอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กที่คลินิกเด็กสุขภาพดี เป็นการวิจัยกึ่งทดลองในผู้เลี้ยงดูเด็กอายุ 4 เดือนถึง 5 ปี จำนวน 357 รายที่มารับบริการที่คลินิกเด็กสุขภาพดีของโรงพยาบาล 7 แห่ง แบ่งผู้เข้าร่วมการศึกษาตามสื่อที่ได้รับ ได้แก่ กลุ่มวีดิทัศน์ และกลุ่มแผ่นพับ กลุ่มแผ่นพับแบ่งเป็น 3 ชุดได้แก่ อายุ 0-6 เดือน (A) 6 เดือนถึง 1 ปี (B) และ 1 ปีขึ้นไป (C) ผู้วิจัยใช้แบบทดสอบความรู้ 15 ข้อ เพื่อประเมินคะแนนความรู้ของผู้เลี้ยงดูก่อน (pre-score) และหลัง (post-score) รับสื่อ พบว่า ผู้เลี้ยงดูที่มีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.8 ในกลุ่มวีดิทัศน์ และร้อยละ 79, 50 และ 64.3 ในกลุ่มแผ่นพับ A B และ C ตามลำดับ  ค่าเฉลี่ยของ post-score สูงกว่า pre-score ในทุกกลุ่ม ยกเว้นกลุ่มแผ่นพับ B ปัจจัยที่มีผลต่อความรู้ของผู้เลี้ยงดู ได้แก่ อายุ เพศ และรายได้ของครอบครัว โดยสรุป ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีความรู้เพิ่มขึ้นหลังได้รับสื่อการให้ความรู้เรื่องอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, แผนปฎิบัติการกรมอนามัยประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ภายใต้แผนยุทธ ศาสตร์การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพลอนามัยสิ่งแวดล้อมตามแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนาเศรฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564).

National Statistical Office of Thailand. Thailand Multiple Cluster Survey 2022, Survey findings report. Bangkok, Thailand: National Statistical Office of Thailand. 2023.

ลัดดา เหมาะสุวรรณ. โภชนาการกับการเจริญเติบโต สติปัญญา พัฒนาการ ภูมิต้านทานโรค และโรคเรื้อรัง [อินเทอร์เน็ต] 2556. [เข้าถึงเมื่อ 18 มี.ค.2563]. เข้าถึงได้จาก: http://nutrition.anamai.moph.go.th/images/ลัดดา_ส โภชนาการ 27 กพ56_web.pdf.

สุนทรี รัตนชูเอก, พัชราภา ทวีกุล, อรวรรณ เอี่ยมโอภาส, อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ. แนวทางเวชปฎิบัติการป้องกันและรักษาโรคอ้วนในเด็ก พ.ศ.2557. ชมรมโภชนาการเด็กแห่งประ เทศไทย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต] 2557. [เข้าถึงเมื่อ18 มี.ค.2563]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaipediatrics.org/Media/media-20161208151655.pdf

Ying C. Nutritional status of preschool children in poor rural area of china. Bulletin of the World Health Organization 1994;71(1):105–12.

Musaad SM, Donovan SM, Fiese BH. Parental perception of child weight in the first two years-of-life: a potential link between infant feeding and preschoolers' diet. Appetite. 2015; 91:90-100.

รรฤณ แสงแก้ว, ศุทธินี ปิยะสุวรรณ์, จิดาภา ผูกพันธ์. “ลูกเจริญเติบโตสมวัย” การรับรู้ความหมายและพฤติกรรมการให้อาหารของผู้ดูแลเด็กวัย 0-5 ปี”. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2562, ปีที่ 37 ฉบับที่ 2.

อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ, สุภาพรรณ ตันตราชีวธร, สมโชค คุณสนอง. คู่มืออาหารตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็ก. กรุงเทพฯ: บริษัท บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์ จำกัด; 2552.

Van Gerven PW, Paas F, Van Merriënboer JJG, Hendriks M, Schmidt HG. The efficiency of multimedia learning into old age. Br J Educ Psychol. 2003; 73(Pt 4):489-505.

Sakcharoen P. Adult learning theory and self-directed learning concept: learning process for promoting lifelong learning. J Royal Thai Army Nurses. 2015; 16(1): 8-13.

กาญจนา เหลืองอุบล. การศึกษาความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็ก อายุ 0 ถึง 5 ปีที่มีภาวะโภชนาการเกินของผู้ปกครองที่มารับบริการคลินิกตรวจสุขภาพเด็ก ศูนย์อนามัยที่ 6. ขอนแก่น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

Peungposop N. Child’s rearing practices and obesity in children. J Beh Scie. 2011; 17(2):1-18.

McGivern RF, Mutter KL, Anderson J, Wideman G, Bodnar M, Huston PJ. Gender differences in incidental learning and visual recognition memory: Support for a sex difference in unconscious environmental awareness. Pers Individ Differ. 1998; 25(2): 223-32.

Khejonchit P, Chutiman N, Kumphan B. Factors associated with under-nutrition of preschool children in Kuchinarai district, Kalasin province. KKU Journal for Public Health Research. 2013; 6(3): 168-175.

Maffeis C. Aetiology overweight and obesity in children and adolescents. Eur J Pediatr. 2000; 159(1): 35-44.

Law C, Power C, Graham H, Merrick D. Obesity and health inequalities. Obes Rev. 2007; 8(Suppl): 19-22.

Singh G, Siahpush M, Kogan MD. Rising social inequalities in US childhood obesity, 2003-2007. Ann Epidemiol. 2010;20(1): 40-52.

อนุกูล พลศิริ. ความรู้ ทัศน คติ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักศึกษามหาวิทยา ลัยรามคำแหง. วารสารวิจัยรามคำแหง 2551; 11(1): 49-56.

Pongcharoen T, Jitngarmkusol S, Chaimongkol L, Taraporn K, Winichagoon P. Implementation of nutrition care and support policy in Pregnant and lactating women: rapid assessment of service providers and recipients. J Nurs & Health Care. 2015; 33(1): 166-174.

ธิดารัตน์ หวังสวัสดิ์, นันทา กาเลี่ยง, อนงค์ ภิบาลและคณะ. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน ของมารดาในจังหวัดนราธิวาส. พยาบาลสาร ปีทิ่ 41 ฉบับพิเศษ พฤศจิกายน พ.ศ. 2557:123-133.

อรพร ดำรงวงศ์ศิริ, พิชญา คำนูณทรัพย์, อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ, สุธิดา ชาติวุฒินันท์, พรรณเพ็ญ พูนลาภเดชา, นลินี จงวิริยะพันธุ์. พฤติกรรมการให้อาหารแก่ทารกที่มารับบริการที่คลินิกเด็กสุขภาพดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี. วารสารกุมารเวชศาสตร์ 2556; 52: 324-335.

American Academy of Pediatric Dentistry, American Academy of Pediatrics. Policy on early childhood caries (ECC): classification, consequences, and preventive strategies. Pediatr Dent. 2009; 30:40-3

อรวรรณ นามมนตรี. นงรัตน์ กล่ำรัตน์. สุนิสา ขาวโกทา. เด็กติดขวดนมจัดการอย่างไรดี? วาร สารทันตาภิบาล. 2559 (1): 144-52.

อุษา แย้มสุวรรณ. การสำรวจเทคนิคการเลิกใช้ขวดนมของเด็กอายุ 1½ - 3 ½ ปี ที่มารับบริการทีสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โครงการนำร่อง). วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขากุมารเวชศาสตร์สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กระทรวงสาธารณสุข; 2552.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

05/12/2025

รูปแบบการอ้างอิง

เวชรักษ์ อ., สุทัศน์วรวุฒิ อ., กวีวิวิธชัย จ., ณีศะนันท์ น., ทวีกุล พ., เด่นทรัพย์สุนทร น., สุธีโรจน์ตระกูล อ., ตันติแพทยางกูร เ., อึ้งอาภรณ์ น., & ดำรงวงศ์ศิริ อ. (2025). การประเมินประสิทธิผลของสื่อการเรียนรู้ด้านโภชนาการสำหรับทารกและเด็กปฐมวัยในคลินิกเด็กสุขภาพดี: การศึกษาแบบพหุสถาบัน. วารสารโภชนาการ (Online), 60(1), 64–79. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JNAT/article/view/277428

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย