วิเคราะห์อิทธิพลปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองของสตรี ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้แต่ง

  • เบญจวรรณ บาเปีย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัววัง

คำสำคัญ:

พฤติกรรม, มะเร็งเต้านม, สตรี

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองของสตรี 2) เปรียบเทียบข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร กับ พฤติกรรมการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองของสตรี และ 3)  วิเคราะห์อิทธิพลความรู้ และทัศนคติกับพฤติกรรมการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองของสตรี ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ศึกษาแบบภาคตัดขวาง ประชากร จำนวน 2,580 คน กำหนดสัดส่วนกลุ่มตัวอย่างตามแนวคิดของ ทาโรยามาเน่ จำนวน 346 คน โดยการสุ่มแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบทดสอบความรู้ และแบบสอบถาม ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน ค่าดัชนีของความสอดคล้อง เท่ากับ 0.75 ค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ 0.36, 0.71 และค่าความเชื่อมั่น Reliability ของเครื่องมือทั้งฉบับ ได้เท่ากับ 0.755 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ F-test (One-Way ANOWA) และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัย พบว่า 1) ส่วนใหญ่มีความรู้อยู่ในระดับปานกลางร้อยละ 64.20 ทัศนคติมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลางและพฤติกรรมการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดี 2) อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ที่ต่างกัน มีพฤติกรรมการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความรู้ ทัศนคติ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองร้อยละ 6.40 (β =21.998, p=<.01) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ข้อเสนอแนะส่งเสริมให้สตรีมีความรู้วิธีการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง และให้ความสำคัญในการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง จะส่งผลให้มีพฤติกรรมการปฏิบัติในการตรวจมะเร็งเต้านมได้ด้วยตนเองมากขึ้น   

เอกสารอ้างอิง

กองสุขศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2554). ทฤษฎีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Belief Model). กองสุขศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.

กัลยา ธัญญะวัน. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีอายุ 30-70 ปี ในเขตความรับผิดชอบของศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครนนทบุรีที่ 2 . วารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ, 11(2), 98-115

กรมอนามัย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2565). สถิติผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม พ.ศ. 2565. กรมอนามัย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.

ดวงตะวัน พรมมาศ, สุพัตรา อัศวไมตรี. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของหญิงอายุ 30 –70 ปี ในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ. คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ถนอมศรี อินทนนท์, รุจิรา อ่ำพันธ์ . (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีอายุ 30 – 70 ปี ในเขตบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ, 2(1), 113–124

โปรแกรม Health Data Center (HDC). (2565). สถิติตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองสามปีย้อนหลัง พ.ศ. 2564, พ.ศ. 2565 และ พ.ศ. 2566. จังหวัดสุพรรณบุรี

วิภารัตน์ ชุมหล่อ. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมของสตรี อายุ 30-70 ปี ในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช. สืบค้นจาก https://hpc11.anamai.moph.go.th.

อภิญญา ก้อเด็ม. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ของสตรีอายุ 30-70 ปี ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส. วารสารสาธารณสุขและนวัตกรรม, 2(3), 18-34.

อักษร สวัสดี. (2542). ความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย : กรณีศึกษาในเขตบางกะปิกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์พัฒนาบริหาร ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม]. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

World Health Organization. (2022). Breast Cancer. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/breast-cancer

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

บาเปีย เ. . . . (2026). วิเคราะห์อิทธิพลปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองของสตรี ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม, 6(1), e284203. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/J-PHIN/article/view/284203