การพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน: กรณีศึกษาบ้านหินตั้ง ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • ทัศรีย์ สีสองเมือง นักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
  • ธีรศักดิ์ พาจันทร์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข

คำสำคัญ:

การจัดการขยะมูลฝอย, การมีส่วนร่วมของชุมชน, การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม, ธนาคารขยะ, การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน 2) พัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยโดยการมีส่วนร่วม
และ 3) ประเมินผลการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น ดำเนินการวิจัยตามกรอบแนวคิดของ Kemmis & McTaggart ที่บ้านหินตั้ง ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ศึกษาบริบทและปัญหา (35 คน) พัฒนารูปแบบด้วยกระบวนการ PAOR (68 คน) และประเมินผล (141 คน) เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพรรณนา
และเปรียบเทียบปริมาณขยะก่อนและหลังโดยวิเคราะห์ค่าร้อยละการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนประสบปัญหาหลัก 3 ประการ คือ ขาดความรู้ความเข้าใจในการคัดแยกขยะ (ร้อยละ 93.75) ไม่เคยมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผล (ร้อยละ 84.38) และปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ร้อยละ 78.13) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นชื่อ “รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมบ้านหินตั้ง”
มีธนาคารขยะเพื่อฌาปนกิจเป็นศูนย์กลาง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ 1) ส่งเสริมการคัดแยกขยะในครัวเรือน 2) เสริมสร้างความรู้และแรงจูงใจ และ 3) สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ขับเคลื่อนด้วยวงจร PAOR อย่างต่อเนื่อง

ผลการประเมินพบว่า ปริมาณขยะทุกประเภทลดลง โดยขยะอันตรายลดลงร้อยละ 100.00
ขยะอินทรีย์ลดลงร้อยละ 30.00-56.52 ขยะรีไซเคิลลดลงร้อยละ 57.14-75.00 และขยะทั่วไปลดลงร้อยละ 76.36 ประชาชนมีพฤติกรรมการจัดการขยะในระดับดีมาก (ร้อยละ 60.28) การมีส่วนร่วมในระดับสูง (ร้อยละ 99.29) และความพึงพอใจในระดับสูง (ร้อยละ 97.16) 

ดังนั้น รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลในการลดปริมาณขยะและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชุมชนสามารถเป็นต้นแบบสำหรับชุมชนอื่นที่มีบริบทคล้ายคลึงกัน

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมมลพิษ. (2555). คู่มือแนวทางการระงับเหตุไฟไหม้ในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย (พิมพ์ครั้งที่ 1). บริษัทรุ่งเรืองสูง พริ้นติ้ง จำกัด

กรมควบคุมมลพิษ. (2566). รายงานสถานการณ์สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566. สืบค้นจาก https://www.pcd.go.th/publication/31985/

กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2566. กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor2//files/รายงานประจำปี%202566%20กรมควบคุมโรค.pdf

ทับทิม แสงงาม. (2562). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วารสารลวะศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 3(2), 1-12.

นิตยา มูลปินใจ. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการขยะอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 10(1), 118-133.

รุ่งทิพย์ นวลศรี. (2567). การพัฒนารูปแบบการจัดการขยะต้นทางของชุมชนแบบมีส่วนร่วมของชุมชนตำบล คึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา. วารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร, 7(1), 15-33.

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 10 (ขอนแก่น). (2568). รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2567. สืบค้นจาก https://epo10.pcd.go.th/th/information/list/940

สุทารัตน์ ชูดอก, และเขมิกา สงวนพวก. (2564). การบริหารจัดการขยะโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ศึกษากรณีองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี. วารสารมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 12(2), 28-48.

สุภาวดี เสนาฤทธิ์. (2566). การจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของประชาชน: กรณีศึกษาชุมชนเขาตาโล 2 ในเขตเทศบาลเมืองหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา. สืบค้นจากhttps://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/60920302.pdf

เอนก ฝ่ายจำปา. (2563). การพัฒนารูปแบบการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนตำบลจอมศรี อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 6(2), 124-136.

Arnstein, S. R. (1969). A ladder of citizen participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216-224. https://doi.org/10.1080/01944366908977225

Best, J. W. (1986). Research in education (5th ed.). Prentice-Hall.

Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation's place in rural development: Seeking clarity through specificity. World Development, 8(3), 213-235. https://doi.org/10.1016/0305-750X(80)90011-X

Coleman, J. S. (1988). Social capital in the creation of human capital. American Journal of Sociology, 94, S95-S120. https://doi.org/10.1086/228943

Ellen MacArthur Foundation. (2013). Towards the circular economy: Economic and business rationale for an accelerated transition. Author.

Frank, A. G. (1967). Capitalism and underdevelopment in Latin America: Historical studies of Chile and Brazil. Monthly Review Press.

Freire, P. (1970). Pedagogy of the oppressed. Herder and Herder.

Guerrero, L. A., Maas, G., & Hogland, W. (2013). Solid waste management challenges for cities in developing countries. Waste Management, 33(1), 220-232. https://doi.org/10.1016/j.wasman.2012.09.008

Janmaimool, P., & Denpaiboon, C. (2016). Evaluating determinants of rural villagers' engagement in conservation and waste management behaviors based on integrated conceptual framework of pro-environmental behavior. Life Sciences, Society and Policy, 12, 12. https://doi.org/10.1186/s40504-016-0045-3

Kemmis, S., & McTaggart, R. (2005). Participatory action research: Communicative action and the public sphere. In N. K. Denzin & Y. S. Lincoln (Eds.), The Sage handbook of qualitative research (3rd ed., pp. 559-603). Sage Publications.

Kollmuss, A., & Agyeman, J. (2002). Mind the gap: Why do people act environmentally and what are the barriers to pro-environmental behavior? Environmental Education Research, 8(3), 239-260. https://doi.org/10.1080/13504620220145401

Osborne, S. P. (2010). The new public governance?: Emerging perspectives on the theory and practice of public governance. Routledge.

Ostrom, E. (1990). Governing the commons: The evolution of institutions for collective action. Cambridge University Press.

Pretty, J. N. (1995). Participatory learning for sustainable agriculture. World Development, 23(8), 1247-1263. https://doi.org/10.1016/0305-750X(95)00046-F

Schumacher, E. F. (1973). Small is beautiful: Economics as if people mattered. Blond & Briggs.

Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. Doubleday.

Singhirunnusorn, W., Donlakorn, K., & Kaewhanin, W. (2012). Contextual factors influencing household recycling behaviours: A case of waste bank project in Mahasarakham municipality. Procedia-Social and Behavioral Sciences, 36, 688-697. https://doi.org/10.1016/j.sbspro.2012.03.075

Skinner, B. F. (1953). Science and human behavior. Macmillan.

Thaler, R. H., & Sunstein, C. R. (2008). Nudge: Improving decisions about health, wealth, and happiness. Yale University Press.

UN Environment Programme. (2024). World must move beyond waste era and turn rubbish into resource: UN report. Retrieved from https://www.unep.org/news-and- stories/press-release/world-must-move-beyond-waste-era-and-turn-rubbish-resource- un-report.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

31-12-2025

รูปแบบการอ้างอิง

สีสองเมือง ท., & พาจันทร์ ธ. (2025). การพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน: กรณีศึกษาบ้านหินตั้ง ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม, 5(3), E 280161. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/J-PHIN/article/view/280161