ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์

ผู้แต่ง

  • นริศรา ชาญณรงค์ อาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
  • เจนจิรา เล็กอุทัย อาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
  • อรุณวดี ทองบุญ อาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์

คำสำคัญ:

การส่งเสริมสุขภาพ, พฤติกรรม, พนักงานโรงงาน

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงปริมาณแบบภาคตัดขวางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ และปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา เป็นพนักงานโรงงาน อายุ  20-59 ปี จำนวน 103 คน โดยวิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยใช้แบบสอบถาม ประกอบด้วย 5 ส่วน 1) ด้านข้อมูลทั่วไป 2) ด้านปัจจัยนำในการส่งเสริมสุขภาพ ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ ทัศนคติต่อการส่งเสริมสุขภาพ การรับรู้ประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาพ และการรับรู้อุปสรรคต่อการส่งเสริมสุขภาพ 3) ด้านปัจจัยเอื้อ ได้แก่ การสนับสนุนหรือกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพ และนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ 4) ด้านปัจจัยเสริม ได้แก่ การได้รับการคำแนะนำ การสนับสนุนจากบุคคลต่างๆ และการได้รับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพจากสื่อต่างๆ และ 5) ด้านพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือพบว่า แบบสอบถามด้านความรู้มีค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ 0.80 ส่วนด้านทัศนคติต่อการส่งเสริมสุขภาพ ด้านการรับรู้ ด้านปัจจัยเสริม และด้านพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.82, 0.71, 0.75 และ 0.72 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติถดถอยพหุคูณแบบหลายขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ อยู่ในระดับปานกลาง (M=1.09, SD=0.36) และปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของพนักงานโรงงาน ได้แก่ ทัศนคติต่อการส่งเสริมสุขภาพ การรับรู้ประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาพ และปัจจัยเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ สามารถร่วมกันทํานายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของพนักงานโรงงาน ได้ร้อยละ 41.00 (Adj. R2 = 0.410, p<0. 001) ผลการศึกษาสามารถใช้กำหนดแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงาน เพื่อให้มีสุขภาพที่เหมาะสมได้

เอกสารอ้างอิง

กมลชนก เกษโกมล และอมรศักดิ์ โพธิ์อ่่า. (2562). ความรู้ และทัศนคติที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 1(2), 28-37.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566, 30 สิงหาคม). ระบบสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม. https://dashboard.anamai.moph.go.th/workersleep?year=2022

ไกรวัลย์ มัฐผา, ฐิติรัตน์ ภาวะสุทธิพงษ์, และศศิธร บุญสุข. (2567). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของพนักงานในสถานประกอบการ เขตสุขภาพที่ 10. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 7(3), 77–88.

จริยา ทรัพย์เรือง, บุบผา วิริยรัตนกุล, และพัชรินทร์ สังวาล. (2564). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของผู้รับบริการกลุ่มวัยทำงานที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(8), 386-399.

ญาณิศา พึ่งเกตุ, ปัญจ์ปพัชรภร บุญพร้อม, นาถนัดดา มรกตศรีวรรณ, และเบญจมาศ ทองไข่มุกต์. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ในเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร. วารสารวิทยาศาสตร์ คชสาส์น, 43(1), 69-81.

นนทชา วิมลวัฒนา, ทิพาพันธุ์ สังฆะพงษ์, และรัตนา ปานเรียแสน. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของพยาบาลวิชาชีพ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช. วารสารเกื้อการุณย์, 24(2), 67-81.

ภูริวัจน์ โสนารถ, สิทธิชัย สิงห์สุ, และปรีดา มูสิกรักษ์. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของประชาชนวัยทำงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาวง ตำบลท่าซัก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการเฉลิมกาญจนา, 10(2), 67-80.

ราตรี งามพร้อม. (2566, 21 สิงหาคม). การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของบุคลากร ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี. คลังความรู้ ศูนย์อนามัยที่ 4. https://region4.anamai.moph.go.th/knowledge/academic/agegroup/view?id=250

ศิรินภา สายชนะ, ปิ่นหทัย ศุภเมธาพร, และฐิติอาภา ตั้งค้าวานิช. (2561). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพวัยทำงานที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ. พยาบาลสาร, 45(3), 23-34.

อรณิชา โพธิ์หมื่นทิพย์. (2563). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของประชาชนวัยทำงานเครือข่ายบริการปฐมภูมิเมืองย่า 4 หัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. บูรพาเวชสาร, 7(2), 65-76.

Best J. W. (1977). Research in education. Prentice Hall.

Green L, & Kreuter M. (2005). Health promotion planning (2nd ed). Mountain View: Mayfield.

World Health Organization. (2022). Noncommunicable diseases. WHO. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases

Yamane T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-25

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย