ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพครอบครัวต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้สูงอายุภาวะน้ำหนักเกิน
คำสำคัญ:
โปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพครอบครัว, พฤติกรรมการบริโภคอาหาร, ผู้สูงอายุภาวะน้ำหนัก เกินบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพครอบครัวต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้สูงอายุภาวะน้ำหนักเกิน
แบบแผนงานวิจัย: การวิจัยกึ่งทดลอง
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะน้ำหนักเกินโดยมีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 25.0 ถึง 29.9 kg/m2และบุคคลในครอบครัวที่มีความผูกพันใกล้ชิด มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 30 ราย และกลุ่มทดลอง 30 ราย กลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพครอบครัว ที่ประยุกต์จากทฤษฎีการพยาบาลตามรูปแบบความเชื่อความเจ็บป่วยของไรด์และเบล ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ 1) การสร้างสัมพันธภาพ 2) การค้นหาความจริงเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพครอบครัว 3) การปรับเปลี่ยนความเชื่อที่เป็นอุปสรรคและการส่งเสริมความเชื่อที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพครอบครัว 4) การสร้างความรู้สึกมั่นใจในการสร้างเสริมสุขภาพครอบครัว และ 5) การสะท้อนคิดและสรุป เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้สูงอายุภาวะน้ำหนักเกิน มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .78 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติทดสอบค่าที
ผลการวิจัย: ค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้สูงอายุภาวะน้ำหนักเกินภายหลังได้รับโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพครอบครัว สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ และสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุป: ผลการศึกษาครั้งนี้ สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการดูแลครอบครัวผู้สูงอายุภาวะน้ำหนักเกินเพื่อเพิ่มความสามารถในการดูแลผู้สูงอายุด้านการบริโภคอาหารให้ได้อย่างเหมาะสมดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร