ประสบการณ์การรับรู้และการจัดการปัญหาด้านเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วย เพศชายโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
คำสำคัญ:
การรับรู้ปัญหาด้านเพศสัมพันธ์, การจัดการปัญหาด้านเพศสัมพันธ์, ผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อบรรยายการรับรู้และการจัดการปัญหาด้านเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยเพศชายโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
แบบแผนงานวิจัย: การวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบปรากฏการณ์วิทยา
วิธีดำเนินการวิจัย: ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่มีปัญหาด้านเพศสัมพันธ์ คัดเลือกแบบเจาะจงจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง จำนวน 10 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต และการบันทึกเทป ข้อมูลที่ได้วิเคราะห์เนื้อหาตามขั้นตอนของ Diekelmann ใส่รหัสข้อมูลโดยดึงเนื้อหาสำคัญ
ผลการวิจัย: ประสบการณ์การรับรู้และการจัดการปัญหาด้านเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม แบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1) ชะตาตกเมื่อเจ็บป่วย ซวยที่สุด คือ นกเขาไม่ขัน ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 3 ประเด็นย่อย 1.1) ชะตาตกเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หาย 1.2) เหนื่อยกับการเดินทาง เครียด กังวลเกี่ยวกับการรักษาจนกระทบเรื่องเพศสัมพันธ์ 1.3) ภาวะแทรกซ้อนที่แย่ที่สุด คือ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว 2) ปัญหาทางกายที่ว่าแย่หรือจะเท่าปัญหาที่เกิดทางใจ 3) ปัญหาเศรษฐกิจครอบครัวส่งผลต่อเพศสัมพันธ์ และ 4) เพศสัมพันธ์ชีวิตคู่ต้องจัดการและทำความเข้าใจ
สรุป: ผลการวิจัยนี้ ทำให้เกิดความเข้าใจผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเกี่ยวกับการรับรู้และการจัดการปัญหาด้านเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วย สามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการปฏิบัติการพยาบาล เป็นแนวทางในการวิจัยทางการพยาบาลและพัฒนาองค์ความรู้ด้านปัญหาเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยที่บุคลากรสุขภาพอาจมองข้ามไปดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร