การจัดการความมั่นคงทางอาหาร ภาวะโภชนาการ และภาวะสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
การจัดการความมั่นคงทางอาหาร, หญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น, กรุงเทพมหานครบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสบการณ์และวิธีการจัดการความมั่นคงทางอาหารของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงคุณภาพแบบบรรยาย
วิธีดำเนินการวิจัย: ผู้ให้ข้อมูล คือ หญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นที่มารับบริการฝากครรภ์ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขแห่งหนึ่ง จำนวน 12 คน อายุ 16-19 ปี อายุครรภ์ 8-20 สัปดาห์ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตและบันทึกภาคสนาม แบบบันทึกอาหารที่รับประทานในระยะเวลา 3 วัน แบบบันทึกภาวะโภชนาการและภาวะสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลโดยใช้สถิติบรรยาย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา วิเคราะห์พลังงานและสารอาหารโดยใช้โปรแกรม INMUCAL-Nutrients V.3
ผลการวิจัย: พบว่า ประสบการณ์ความมั่นคงทางอาหารของผู้ให้ข้อมูลมี 4 ประเด็นหลัก คือ ด้านคุณภาพและความเชื่อของอาหาร ปริมาณอาหาร ความปลอดภัยของอาหาร ความกังวลเรื่องอาหารและวิธีการจัดการความมั่นคงทางอาหารมี 4 ประเด็นหลัก คือ การจัดการด้านอาหาร ด้านการเงิน ด้านสุขภาพ และการจัดการโดยใช้แหล่งสนับสนุนทางสังคม ส่วนภาวะโภชนาการ จากการบันทึกอาหารที่รับประทานของผู้ให้ข้อมูล 11 คน พบว่าจำนวน 9 คนได้รับพลังงานไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และทุกคนได้รับสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายคือ โปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็กและ วิตามิน ผู้ให้ข้อมูล 4 คน มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาวะสุขภาพพบว่า ผู้ให้ข้อมูล 5 คน มีภาวะโลหิตจาง ทั้งหมดไม่พบภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
สรุป:ผลการศึกษาครั้งนี้ใช้เป็นแนวทางสำหรับทีมสุขภาพในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งการสร้างเครื่องมือเพื่อคัดกรองความมั่นคงทางอาหารของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น เพื่อให้สามารถวางแผนและให้การดูแลหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดาวน์โหลด
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความในวารสารนี้มีลิขสิทธิ์โดย คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 ระหว่างประเทศ (CC BY-NC-ND 4.0)
สามารถอ่านและนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้เขียนและวารสารอย่างเหมาะสม
ห้ามนำบทความไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความหรือข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตน
การนำไปใช้ซ้ำหรือการตีพิมพ์ซ้ำในรูปแบบอื่นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร